ประวัติ เท็ดดี้ รีเนอร์ คือเรื่องราวของ “ยักษ์ใหญ่ใจดี” จากเกาะเล็ก ๆ ในทะเลแคริบเบียน ที่กลายเป็นหนึ่งในนักยูโดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ทั้งในแง่สถิติและอิทธิพลต่อวงการกีฬาโลก เขาคว้าแชมป์โลกระดับบุคคลถึง 11 สมัย (รวมทีมเป็น 12 ทองโลก) และคว้าเหรียญโอลิมปิกรวม 7 เหรียญ ทั้งเดี่ยวและทีมชาติฝรั่งเศส ตั้งแต่เหรียญทองแดงโอลิมปิกสมัยแรกที่ปักกิ่ง 2008 ไปจนถึงการคว้าทองเดี่ยว +100 กก. ที่ปารีส 2024 ต่อหน้าคนดูในบ้านตัวเอง

ยุคนี้แฟนกีฬาไม่ได้แค่ “ดู” อย่างเดียว แต่กลายเป็นสายวิเคราะห์ทั้งสถิติ ฟอร์ม และจังหวะเกม ก่อนจะเลือกเชียร์หรือเพิ่มสีสันด้วยการลุ้นผลแบบผู้ใหญ่ที่รู้ลิมิตตัวเอง เว็บสายสปอร์ตที่รวมข้อมูลและความบันเทิงเกี่ยวกับการแข่งขันต่าง ๆ เอาไว้แบบใช้งานง่ายก็เลยถูกใจสายนี้มาก เหมือนเวลาเราแวะไปเช็กโปรหรือดูอัตราต่อรองกีฬาบนแพลตฟอร์มสไตล์ ยูฟ่าเบท ที่ช่วยให้การเชียร์มันส์ขึ้น แต่สุดท้าย “หัวใจของเกม” ก็ยังอยู่ที่คนในสนามอยู่ดี
สำหรับเท็ดดี้ รีเนอร์ เส้นทางจากเด็กตัวสูงในกวาเดอลูป สู่การเป็น “King of Judo” คือบทเรียนเรื่องวินัย ความถ่อมตัว และการรับมือกับความกดดันระดับประเทศ ที่เราหยิบมาใช้กับชีวิตตัวเองได้เยอะกว่าที่คิด
จุดเริ่มต้นจากกวาเดอลูป: เด็กตัวสูงที่หลงรักการต่อสู้มากกว่าการวิ่ง
เท็ดดี้ ปีแยร์-มารี รีเนอร์ (Teddy Pierre-Marie Riner) เกิดวันที่ 7 เมษายน 1989 ที่เมืองปวงต์-อา-ปิตร์ บนเกาะกวาเดอลูป ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสในทะเลแคริบเบียน ครอบครัวของเขาย้ายมาอยู่ปารีสตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้ชีวิตของรีเนอร์ผสมทั้งบรรยากาศแบบเกาะร้อนและเมืองใหญ่สมัยใหม่ในยุโรปไปพร้อมกัน
ด้วยความสูงเกิน 2 เมตร (ราว 2.04 ม.) และน้ำหนักกว่า 140 กก. ตั้งแต่วัยรุ่น รีเนอร์เป็นเด็กที่โดดเด่นทางกายภาพมาก ๆ ครูพละพยายามดันให้ไปเล่นบาสหรือรักบี้ แต่เจ้าตัวกลับหลงรัก “การต่อสู้แบบจับทุ่ม” มากกว่า จนในที่สุดก็เลือกยูโดเป็นทางหลักตอนอายุประมาณ 10–12 ปี
สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้เป็นแค่ “คนตัวใหญ่แล้วเลยเล่นยูโดได้เปรียบ” แต่ตั้งแต่เด็กก็มีนิสัย
- ซ้อมซ้ำ ๆ แบบไม่บ่น
- ชอบถามโค้ชว่าทำไมท่านี้ถึงเวิร์ก / ท่านั้นถึงไม่เวิร์ก
- ใจเย็นเกินวัย ไม่หัวร้อนง่าย
เมื่อตัวใหญ่ + ขยัน + มีหัวคิด = สิ่งที่ได้ออกมาคือ “ต้นแบบของจูโดกะเฮฟวีเวตรุ่นใหม่”
จากคลับเล็ก ๆ สู่ทีมชาติฝรั่งเศส
รีเนอร์เริ่มต้นฝึกยูโดในสโมสรท้องถิ่น แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าสู่ระบบเยาวชนของฝรั่งเศส ซึ่งมีโครงสร้างการคัดเลือกที่เข้มข้นมาก ทั้งการวัดทักษะ เทคนิค และสภาพจิตใจ เมื่อเขาเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้น ก็เริ่มโดดเด่นในการแข่งขันระดับเยาวชนของยุโรป จนสหพันธ์ยูโดฝรั่งเศสเริ่มจับตามองอย่างจริงจัง
จุดเปลี่ยนสำคัญคือช่วงอายุราว 17–18 ปี ที่รีเนอร์
- คว้าแชมป์เยาวชนยุโรป
- ได้โอกาสซ้อมกับทีมชาติชุดใหญ่
- เริ่มลงแข่งในรายการระดับกรังด์สแลมและแกรนด์ปรีในพิกัด +100 กก.
ฝรั่งเศสในยุคนั้นกำลังมองหาทายาทของนักยูโดรุ่นก่อนหน้าอย่าง ดาวิด ดูเยย์ (David Douillet) และหลายคนก็เริ่มมองว่า “เด็กสูง 2 เมตรคนนี้แหละ ว่าที่ราชาเฮฟวีเวตคนต่อไป”
แชมป์โลกตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20: การขึ้นบัลลังก์ครั้งแรก
ปี 2007 คือปีที่ชื่อของเท็ดดี้ รีเนอร์ถูกจารึกอย่างจริงจัง เขาคว้าเหรียญทองในศึกชิงแชมป์โลกที่ริโอ เดอ จาเนโร รุ่น +100 กก. ด้วยอายุเพียง 18 ปี กลายเป็นหนึ่งในแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์พิกัดเฮฟวีเวต
จากนั้นเขาก็ไม่หยุดแค่แชมป์เดียว แต่เดินหน้ากวาดทองโลกอย่างต่อเนื่อง
- คว้าแชมป์โลกในรุ่น +100 กก. หลายสมัย (2007, 2009, 2010, 2011, 2013, 2014, 2015, 2017, 2023)
- คว้าแชมป์โลกประเภท Openweight สองครั้ง (2008, 2017)
- คว้าแชมป์โลกประเภททีมร่วมกับทีมชาติฝรั่งเศสหนึ่งครั้ง รวมแล้วจึงมี “12 เหรียญทองโลก” นับทั้งเดี่ยวและทีม รวมถึงการถูกบันทึกว่าเป็นจูโดกะคนแรกที่คว้าเหรียญทองชิงแชมป์โลก 12 เหรียญในประวัติศาสตร์
ถ้าเปรียบให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ในช่วงเกือบ 15 ปีของเวทีโลก ใครขึ้นพิกัด +100 กก. ก็ต้องเจอชื่อ “T. Riner (FRA)” เป็นตัวเต็งในสายเสมอ
เส้นทางโอลิมปิก: 5 สมัย 7 เหรียญ ความสม่ำเสมอระดับตำนาน
นอกจากแชมป์โลก เท็ดดี้ รีเนอร์ยังเป็น “เครื่องจักรโอลิมปิก” ตัวจริง เขาลงแข่งโอลิมปิกทั้งหมด 5 สมัยติดต่อกัน และคว้าเหรียญกลับบ้านทุกครั้ง
ปักกิ่ง 2008 – เหรียญทองแดงของเด็กวัย 19
โอลิมปิกครั้งแรกที่ปักกิ่ง 2008 รีเนอร์อายุเพียง 19 ปี ลงแข่งในรุ่น +100 กก. และจบด้วยเหรียญทองแดง ถือเป็นการประเดิมสนามโอลิมปิกที่สวยงามมาก ทั้ง ๆ ที่ยังถูกมองว่าเป็น “ดาวรุ่ง” มากกว่าตัวเต็งในตอนนั้น
ลอนดอน 2012 – ทองโอลิมปิกสมัยแรก
สี่ปีต่อมา ในลอนดอน 2012 เขากลับมาในฐานะแชมป์โลกหลายสมัยและตัวเต็งอันดับหนึ่งของรุ่น +100 กก. และก็ไม่ทำให้ใครผิดหวัง ด้วยการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกสมัยแรกแบบไม่มีใครหยุดได้ กลายเป็นฮีโร่ของฝรั่งเศส และตอกย้ำภาพ “ราชายูโดเฮฟวีเวต” อย่างแท้จริง
ริโอ 2016 – ป้องกันแชมป์บนแผ่นดินบราซิล
ที่ริโอ 2016 รีเนอร์โดนทั้งโลกจับตามองว่า “จะป้องกันแชมป์ได้ไหม” เพราะนักกีฬาหลายคนพอได้ทองครั้งเดียวแล้ว มักเจอแรงกดดันจนฟอร์มสะดุด แต่เขากลับคุมเกมได้อย่างเยือกเย็น ค่อย ๆ เก็บคู่ต่อสู้ทีละคนจนถึงรอบชิง แล้วปิดจ็อบคว้าทองสมัยที่สอง ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้ทองโอลิมปิกยูโดรุ่นเฮฟวีเวต 2 สมัยติดกัน
โตเกียว 2020 – แพ้แล้วลุก: ทองทีม + ทองแดงเดี่ยว
โอลิมปิกโตเกียว 2020 (แข่งจริงในปี 2021) ถือเป็นอีกจุดหักเหของเส้นทางโอลิมปิก เขาพลาดท่าพ่ายให้ Tamerlan Bashaev ในรุ่น +100 กก. และจบด้วยเหรียญทองแดงในประเภทเดี่ยว แต่ในประเภททีมผสม (mixed team) เขากลับพาทีมฝรั่งเศสโค่นเจ้าภาพญี่ปุ่นคว้าเหรียญทองได้แบบสุดดราม่า เสริมให้สถิติรวมของเขามีทั้งทองเดี่ยว ทองทีม และเหรียญทองแดงครบชุดในโอลิมปิก
ปารีส 2024 – ทองบนแผ่นดินบ้านเกิด และทองทีมสมัยสอง
ปารีส 2024 คือเวทีในฝันของเท็ดดี้ รีเนอร์ เขาได้ลงแข่งขันต่อหน้าคนดูในบ้านตัวเองที่ฝรั่งเศส ในรุ่น +100 กก. อีกครั้ง และสามารถคว้าเหรียญทองเดี่ยวสมัยที่สาม โดยเอาชนะ Kim Min-jong แชมป์โลกจากเกาหลีใต้ในรอบชิงอย่างสุดมันส์
วันถัดมา เขายังช่วยทีมฝรั่งเศสคว้าทองประเภททีมผสมสมัยที่สองติดต่อกัน ด้วยการปิดแมตช์ในช่วงโกลเดนสกอร์เหนือ Tatsuru Saito ทำให้สถิติรวมในโอลิมปิกของเขากลายเป็น
- 3 ทองเดี่ยว (+100 กก. – 2012, 2016, 2024)
- 2 ทองทีมผสม (2020, 2024)
- 2 ทองแดงเดี่ยว (2008, 2020)
รวมทั้งหมด 7 เหรียญโอลิมปิก และถูกยกให้เป็นหนึ่งในจูโดกะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก โดยเฉพาะเมื่อรวมกับ 11 แชมป์โลกในระดับบุคคลของเขาอีกด้วย
สตรีกไร้พ่ายเกือบ 10 ปี: ระดับ “บอสลับ” ของยูโดโลก
นอกจากเรื่องเหรียญและถ้วย เท็ดดี้ รีเนอร์ยังมี “สตรีกไร้พ่าย” ที่โหดจนคนวงการต้องกุมขมับ ตั้งแต่ปลายปี 2010 จนถึงต้นปี 2020 เขาไม่แพ้ใครเลยในระดับนานาชาติ นับชัยชนะติดต่อกันได้มากกว่า 150 แมตช์ ก่อนที่สตรีกจะมาหยุดลงในศึก Grand Slam Paris 2020 เมื่อเขาพ่ายให้กับ Kokoro Kageura จากญี่ปุ่น ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในรอบเกือบสิบปี
แต่แทนที่เขาจะหายไปจากวงการ ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นกลับกลายเป็น “จุดรีเซ็ต” ให้รีเนอร์
- เขากลับไปปรับสภาพร่างกาย ลดน้ำหนักส่วนเกิน
- วิเคราะห์เกมของตัวเองใหม่อย่างละเอียด
- เน้นการฝึกเนวาซะ (เกมภาคพื้น) และการยืนที่ใช้แรงน้อยลงแต่กินพื้นที่มากขึ้น
ผลก็คือ เขาสามารถกลับมาคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 11 ในปี 2023 ที่โดฮา และต่อยอดสู่ทองโอลิมปิกปารีส 2024 ได้สำเร็จ แสดงให้เห็นว่า “แพ้ครั้งเดียว” ไม่ได้ทำให้ตำนานจบลง แต่มันทำให้ตำนานหนาขึ้นต่างหาก
สไตล์การเล่นของเท็ดดี้ รีเนอร์: ไม่ใช่แค่ตัวใหญ่ แต่คิดเป็นระบบ
ลองมองรีเนอร์แบบคนเล่นเกม เขาคือสาย Tank ที่ไม่ใช่แค่เลือดเยอะ แต่ยังอ่านเกมและวางตำแหน่งเก่งสุด ๆ
จุดเด่นหลัก ๆ ของสไตล์รีเนอร์คือ
- ส่วนสูงและช่วงแขน–ขา: ด้วยความสูงประมาณ 2.04 เมตร น้ำหนักราว 140 กก. เขามี reach ที่ยาวมาก ทำให้การจับคอเสื้อ–แขนเสื้อคู่ต่อสู้ได้เปรียบตั้งแต่แรกเริ่ม
- การคุม grip: รีเนอร์ไม่ค่อยยอมให้คู่ต่อสู้ตั้งหลักจับเสื้อได้สบาย ๆ เขาจะใช้มือยาว ๆ ของตัวเองคุมจุดสำคัญ แล้วปิดทางไม่ให้คู่ต่อสู้เข้าท่าได้ง่าย
- ท่าทุ่มหลัก: เขาใช้เทคนิคพื้นฐานอย่าง uchi-mata, ouchi-gari, osoto-gari ได้แน่นมาก ไม่เล่นท่าแฟนซี แต่ใช้ “ท่าเดิมให้คม” แทน
- การเล่นภาคพื้น (ne-waza): แม้ภาพจำจะเป็นการทุ่ม แต่รีเนอร์ก็เล่นเกมกดพื้นดีมาก เมื่อคู่ต่อสู้ล้มแล้วมักหนีจากการควบคุมของเขาได้ยาก
หลายแมตช์ของเขาดูเหมือนง่าย แต่จริง ๆ แล้วเต็มไปด้วยการอ่านจังหวะเล็ก ๆ เช่น
- รอให้คู่ต่อสู้ดันแรงเกินไปแล้วตัดสมดุล
- ล่อให้คู่ต่อสู้คิดว่าได้เปรียบ แล้วหมุนกลับมาทุ่มสวน
- ใช้เวลาบนเสื่อแบบใจเย็น ไม่รีบร้อนจนเสียจังหวะเอง
นี่แหละ “ยูโดของคนตัวใหญ่ที่ใช้หัวเยอะพอ ๆ กับใช้แรง”
และถ้าเราย้ายมองจากเสื่อยูโดไปโลกของแฟนกีฬา หลายคนก็นำวิธีคิดแบบนี้ไปใช้กับการวิเคราะห์การแข่งขันอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล บาส หรือมวย ก่อนจะตัดสินใจลุ้นผลแบบจริงจังบนแพลตฟอร์มที่รวมข้อมูลและตัวเลือกเกมไว้ครบ ๆ คล้ายกับการเข้าไปดูเมนูใน ทางเข้า UFABET ล่าสุด ที่ต้องอาศัยทั้งข้อมูลและสติ ไม่ต่างจากการขึ้นเสื่อเจอคู่ต่อสู้ที่อ่านเกมเก่งอย่างรีเนอร์เลย
เมนทัลของแชมป์: ความนิ่ง ความถ่อมตัว และการจัดการความกดดัน
สถิติจะบอกเราว่า “เขาชนะกี่ครั้ง” แต่สิ่งที่ทำให้เท็ดดี้ รีเนอร์เป็นตำนานจริง ๆ คือเมนทัลและวิธีคิดของเขา
การจัดการความกดดันระดับชาติ
หลังจากได้ทองโอลิมปิกครั้งแรกที่ลอนดอน เขากลายเป็น “หน้าตาของวงการกีฬาแดนน้ำหอม” ทันที ทุกครั้งที่เขาขึ้นเสื่อ ทั้งสื่อและแฟนกีฬามักจะถามแบบตรง ๆ ว่า
“ครั้งนี้จะได้ทองไหม?”
แต่สิ่งที่เขามักตอบคือ “ผมโฟกัสแค่แมตช์ตรงหน้า ไม่ใช่เหรียญ” แนวคิดนี้ช่วยลดความกดดันในหัว และทำให้เขาเล่นแบบ “ทีละจังหวะ” แทนที่จะเอาอนาคตทั้งทัวร์นาเมนต์มากดทับตัวเอง
แพ้แล้วไม่หาย แค่กลับไปวิเคราะห์
หลังจากแพ้ Kageura ในปี 2020 หรือได้แค่ทองแดงในโตเกียว 2020 เขาไม่ได้หายไปจากหน้าสื่อแบบดราม่า แต่มองว่ามันคือ “ผลลัพธ์ของจุดที่เราต้องแก้”
- เขากลับไปลดน้ำหนักและปรับสภาพร่างกาย
- ไปโฟกัสการเคลื่อนที่ให้เร็วขึ้นกว่าปีก่อน ๆ
- ยอมรับต่อสาธารณะว่า “เรากำลังแก่ขึ้น ต้องเล่นอย่างฉลาดขึ้น”
ผลคือการกลับมาคว้าแชมป์โลกอีกครั้งใน 2023 และทองโอลิมปิกที่ปารีส 2024 ซึ่งถือเป็นคำตอบชัด ๆ ว่าเขาไม่ได้มีดีแค่แรง แต่มีดีที่วิธีคิดด้วย
ชีวิตนอกเสื่อ: ครอบครัว สื่อ และการสร้างงานของตัวเอง
แม้จะเป็นนักกีฬาอาชีพ แต่เท็ดดี้ รีเนอร์ก็ไม่ได้มีแค่บทบาท “จูโดกะ” เท่านั้น
- เขาเป็นพ่อของลูกสองคน และมักเล่าถึงการบาลานซ์ระหว่างการเป็นนักกีฬาและการเป็นคุณพ่อในสัมภาษณ์หลายครั้ง
- เคยร่วมงานกับดีสนีย์ ฝรั่งเศส ด้วยการให้เสียงพากย์ในภาพยนตร์แอนิเมชัน “Zootopia” ฉบับพากย์ฝรั่งเศส เรียกว่าหลุดจากชุดกิมาอยู่ในโลกการ์ตูนชั่วคราวก็มี
- เป็นหนึ่งในหน้าตาหลักของสโมสร Paris Saint-Germain Judo ซึ่งเชื่อมโลกฟุตบอลยักษ์ใหญ่อย่าง PSG เข้ากับวงการยูโดและฐานแฟนใหม่ ๆ
ปี 2025 เขายังเดินหน้าสร้างโปรเจกต์ “Riner Cup” ทัวร์นาเมนต์ยูโดสมัครเล่นที่จัดที่ Arena Teddy Riner ใกล้ปารีส เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ที่มีใบอนุญาตยูโดในฝรั่งเศสได้ลงแข่ง ร่วมกิจกรรม และสัมผัสบรรยากาศแบบมืออาชีพ เป็นการ “คืนกลับ” ให้กับวงการและเตรียมตัวเองสำหรับบทบาทหลังรีไทร์ในอนาคต
ส่วนด้านสังคม เขาก็เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ออกมาแสดงความเห็นเรื่องงบประมาณกีฬา การสนับสนุนเยาวชน และการจัดการหลังโอลิมปิกปารีส 2024 อย่างเปิดเผย แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้อยู่กับยูโดเฉพาะตอนแข่ง แต่ใช้ชื่อเสียงของตัวเองขับเคลื่อนประเด็นที่ใหญ่กว่าตัวเขาด้วย
เป้าหมายและอนาคต: จากปารีสสู่ลอสแอนเจลิส 2028
แม้จะได้ทุกอย่างแล้ว ทั้งแชมป์โลก 11 สมัย ทองโอลิมปิกเดี่ยว 3 สมัย ทองทีม 2 สมัย และเหรียญอีกเพียบ แต่เท็ดดี้ รีเนอร์ก็ยังไม่คิดวางเสื่อในทันที จากบทสัมภาษณ์ช่วงก่อนปารีส 2024 เขาเคยบอกว่าต้องการไปต่อถึงโอลิมปิกลอสแอนเจลิส 2028 ไม่ว่าผลในปารีสจะออกมาอย่างไร
แน่นอนว่าอายุจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ประสบการณ์และชื่อเสียงก็ทำให้เขายังเป็นทรัพยากรสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศส ไม่ว่าจะในฐานะนักกีฬาเต็มตัว หรือในบทบาทกึ่งโค้ช–พี่ใหญ่ของทีม
ไม่ว่าเขาจะอยู่บนเสื่อในฐานะตัวจริง หรืออยู่ข้างเสื่อในฐานะที่ปรึกษา สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ชื่อ “Teddy Riner” จะยังอยู่ในสมุดหน้าแรกของวงการยูโดอีกนานมาก
ตารางสรุปไทม์ไลน์ชีวิตและความสำเร็จของเท็ดดี้ รีเนอร์
| ปี / ช่วงเวลา | เหตุการณ์สำคัญในชีวิตและอาชีพของเท็ดดี้ รีเนอร์ |
|---|---|
| 1989 | เกิดที่ปวงต์-อา-ปิตร์ เกาะกวาเดอลูป ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส |
| เด็ก–ต้นวัยรุ่น | ย้ายมาอยู่ปารีส เริ่มฝึกยูโดกับสโมสรท้องถิ่น ตัวสูงและตัวใหญ่ตั้งแต่เด็ก |
| ราว 2006–2007 | เริ่มโดดเด่นในระดับเยาวชนยุโรป เข้าสู่ทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ |
| 2007 | คว้าแชมป์โลกครั้งแรกในรุ่น +100 กก. ที่ริโอ เดอ จาเนโร |
| 2008 | คว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิกครั้งแรกที่ปักกิ่ง รุ่น +100 กก. |
| 2008–2017 | กวาดแชมป์โลกต่อเนื่องทั้งในรุ่น +100 กก. และรุ่น Openweight รวม 10 ทองในช่วงนี้ |
| 2012 | คว้าเหรียญทองโอลิมปิกสมัยแรกที่ลอนดอน รุ่น +100 กก. |
| 2016 | คว้าเหรียญทองโอลิมปิกสมัยที่สองที่ริโอ เดอ จาเนโร |
| 2010–2020 | สร้างสตรีกไร้พ่ายระดับนานาชาติยาวเกือบ 10 ปี ก่อนจะแพ้ในปี 2020 |
| 2020 (โตเกียว 2020) | ได้เหรียญทองแดงเดี่ยว +100 กก. และเหรียญทองทีมผสมให้กับฝรั่งเศส |
| 2023 | คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 11 ในรุ่น +100 กก. ที่โดฮา |
| 2024 (ปารีส 2024) | คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเดี่ยวสมัยที่สาม +100 กก. และทองทีมผสมสมัยที่สอง รวมเหรียญโอลิมปิกทั้งหมด 7 เหรียญ |
| 2025 เป็นต้นไป | เปิดตัว “Riner Cup” ทัวร์นาเมนต์ยูโดสมัครเล่น และเริ่มขยับสู่บทบาทผู้นำวงการยูโดฝรั่งเศสในระยะยาว |
FAQ – คำถามน่ารู้เกี่ยวกับเท็ดดี้ รีเนอร์
เท็ดดี้ รีเนอร์สูงเท่าไหร่ หนักประมาณกี่กิโล?
เขาสูงประมาณ 2.04 เมตร และน้ำหนักราว 140 กิโลกรัม ทำให้เขามีรูปร่างที่ได้เปรียบมากในพิกัด +100 กก. ทั้งเรื่องช่วงแขน ช่วงขา และแรงปะทะ แต่อย่าลืมว่าถึงตัวจะใหญ่ แต่การเคลื่อนไหวของเขาก็คล่องตัวเกินคาดเหมือนกัน
เขาเป็นแชมป์โลกกี่สมัยกันแน่ ทำไมบางที่บอก 11 บางที่บอก 12?
ถ้านับเฉพาะ “แชมป์โลกในระดับบุคคล” เขาคว้าไปแล้ว 11 สมัย แต่ถ้ารวมเหรียญทองโลกประเภททีมเข้าไปด้วยจะกลายเป็น 12 เหรียญทองโลก ทำให้หลายสื่อใช้ตัวเลขต่างกันเล็กน้อย แต่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า เขาคือจูโดกะที่คว้าเหรียญทองชิงแชมป์โลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ณ ตอนนี้
เขามีเหรียญโอลิมปิกทั้งหมดกี่เหรียญ อะไรบ้าง?
ปัจจุบันเท็ดดี้ รีเนอร์มีเหรียญโอลิมปิกทั้งหมด 7 เหรียญ แบ่งเป็น
- ทองเดี่ยว +100 กก.: 2012 (ลอนดอน), 2016 (ริโอ), 2024 (ปารีส)
- ทองทีมผสม: 2020 (โตเกียว), 2024 (ปารีส)
- ทองแดงเดี่ยว +100 กก.: 2008 (ปักกิ่ง), 2020 (โตเกียว)
สตรีกไร้พ่ายเกือบ 10 ปีของเขายาวแค่ไหน และจบลงยังไง?
สตรีกไร้พ่ายของเขากินเวลาตั้งแต่ปลายปี 2010 จนถึงต้นปี 2020 รวมชัยชนะต่อเนื่องประมาณ 150+ แมตช์ในรายการใหญ่ ๆ ก่อนจะจบลงในการแข่งขัน Grand Slam Paris 2020 เมื่อเขาแพ้ให้ Kokoro Kageura จากญี่ปุ่น ถือเป็นการแพ้ครั้งแรกในรอบเกือบสิบปี แต่เขาก็กลับมาได้ด้วยการคว้าแชมป์โลก 2023 และทองโอลิมปิกปารีส 2024 ในภายหลัง
สไตล์การเล่นของรีเนอร์เหมาะจะเป็นแบบอย่างให้คนตัวเล็กไหม หรือเหมาะกับคนตัวใหญ่เท่านั้น?
แม้เขาจะเป็นตัวอย่างสุดขั้วของ “คนตัวใหญ่เล่นยูโดได้เปรียบ” แต่แก่นของสไตล์เขา – การคุม grip, การอ่านจังหวะ, การใช้ท่าพื้นฐานให้คม – เหมาะกับทุกส่วนสูงทุกน้ำหนัก คนตัวเล็กก็เรียนรู้จากเขาได้เยอะ แค่ปรับให้เข้ากับรูปร่างของตัวเอง
เขาเคยเล่นกีฬาชนิดอื่นก่อนเลือกยูโดไหม?
จากบทสัมภาษณ์หลายครั้ง เขาเล่าว่าตอนเด็ก ๆ ก็ลองเล่นกีฬาหลายอย่างทั้งฟุตบอล บาสเกตบอล แต่สุดท้ายรู้สึกว่ากีฬาแบบตัวต่อตัวอย่างยูโดตอบโจทย์นิสัยของเขามากกว่า เลยเลือกโฟกัสยูโดเต็มตัวในช่วงวัยรุ่นตอนต้น
ถ้าเราเป็นแค่แฟนกีฬา จะเรียนอะไรจากเท็ดดี้ รีเนอร์ได้บ้าง?
เยอะมาก! อย่างน้อย ๆ คือ
- การจัดการความกดดัน – ไม่แบก “เหรียญ” มาไว้ในหัว แต่โฟกัสที่แมตช์ตรงหน้า
- การมองความพ่ายแพ้เป็นข้อมูล – แพ้แล้วกลับไปวิเคราะห์ ปรับปรุง แล้วกลับมาใหม่แบบแข็งแกร่งกว่าเดิม
- การบาลานซ์ชีวิต – เป็นทั้งนักกีฬา ระดับโลก คนในครอบครัว และคนทำโปรเจกต์เพื่อสังคมได้พร้อมกัน
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายขึ้นเสื่อจริง สายดูไฮไลต์ยูโด หรือสายวิเคราะห์บอลก่อนลุ้นผลบนแพลตฟอร์มกีฬาออนไลน์ การมี “วิธีคิดแบบรีเนอร์” ทำให้เราเล่น–เชียร์–ลุ้นได้อย่างมีสติและรับผิดชอบต่อตัวเองมากขึ้น
ประวัติ เท็ดดี้ รีเนอร์ และแรงบันดาลใจจากยักษ์ใหญ่ที่ล้มยาก แต่ไม่กลัวการล้ม
เมื่อมองย้อนกลับไปตลอด ประวัติ เท็ดดี้ รีเนอร์ เราจะเห็นมากกว่ารูปนักกีฬาตัวใหญ่ในชุดกิสีขาวพร้อมเข็มขัดดำ แต่เป็นภาพของเด็กจากเกาะเล็ก ๆ ที่เลือกเดินบนเส้นทางยูโดด้วยความศรัทธา ซ้อมหนักจนได้แชมป์โลกตั้งแต่ยังไม่ถึง 20 ปี สร้างสตรีกไร้พ่ายเกือบ 10 ปี คว้าแชมป์โลก 11 สมัย และเก็บ 7 เหรียญโอลิมปิกไว้ในมือ
ระหว่างทาง เขาไม่ได้ชนะทุกแมตช์ แต่ทุกความพ่ายแพ้ถูกแปลงเป็นเชื้อเพลิงให้เขากลับมาเก่งกว่าเดิม ทั้งตอนแพ้ครั้งแรกในรอบสิบปี หรือวันที่ได้แค่ทองแดงในโตเกียว 2020 ก่อนจะกลับมาคว้าทองบนแผ่นดินฝรั่งเศสที่ปารีส 2024 ได้สำเร็จ
สำหรับเราในฐานะแฟนกีฬา ไม่ว่าเราจะเชียร์ยูโด ฟุตบอล บาส หรือแอบเพิ่มความมันส์ด้วยการไปสำรวจเมนูและโปรต่าง ๆ บนเว็บสายสปอร์ตอย่าง สมัคร UFABET เรื่องของรีเนอร์เตือนเราว่า
- ตัวใหญ่หรือตัวเล็กไม่สำคัญเท่ากับ “ใจใหญ่” แค่ไหน
- แพ้ไม่ใช่คำสาป แต่เป็น “ข้อมูลเวอร์ชันเจ็บจริง” ให้เรากลับไปปรับปรุง
- ตำนานไม่ได้เกิดจากวันที่เราชนะครั้งเดียว แต่เกิดจากการลุกขึ้นซ้อมต่อทุกครั้งที่ล้ม
ถ้าเราดู ประวัติ เท็ดดี้ รีเนอร์ แล้วหยิบอย่างน้อยหนึ่งอย่างไปใช้ – ไม่ว่าจะเป็นความขยัน ความนิ่ง หรือความกล้าที่จะเริ่มใหม่ – เราก็เท่ากับเอาพลังของยักษ์ใหญ่คนนี้มาอยู่ข้าง ๆ เสื่อชีวิตตัวเองเรียบร้อยแล้ว 🥋💙