เทคนิคการฝึกซ้อมยูโด: ฝึก Ukemi (การล้มอย่างปลอดภัย) ให้คล่องก่อนทุ่มจริง

Browse By

ถ้าให้เลือก เทคนิคการฝึกซ้อมยูโด เพียงอย่างเดียวสำหรับผู้เริ่มต้นที่ “ต้องฝึกให้เป็นก่อนทุกอย่าง” คำตอบแทบจะเหมือนกันทั้งโลกยูโด — นั่นคือ Ukemi (อุเคะมิ) หรือ “การล้มอย่างปลอดภัย” เพราะไม่ว่าจะแพ้ชนะยังไง บนเสื่อยูโดเราต้อง “ล้ม” อยู่ดี การล้มให้เป็นจึงไม่ใช่เรื่องขี้เกียจฝึก แต่คือสกิลชีวิตที่ช่วยเราประหยัดทั้งน้ำตาและค่าหมอได้เยอะมาก

ทุกวันนี้เวลาคนดูยูโด เขาไม่ได้ดูแค่จังหวะทุ่มอย่างเดียว แต่ดูทั้งเกมยืน การอ่านจังหวะ และบางคนก็อินถึงขั้นตามเช็กตารางแข่ง วางแผนเชียร์ล่วงหน้า หรือเพิ่มสีสันด้วยการติดตามกีฬารายการต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ใช้งานง่าย สไตล์เดียวกับการกดเข้าไปดูเมนูกีฬาในเว็บอย่าง ทางเข้า UFABET ล่าสุด แล้วไล่ดูว่ามีอะไรให้ลุ้นบ้าง แต่ไม่ว่าจะเชียร์ยังไง ถ้าอยากขึ้นเสื่อเองแบบยืนระยะยาว การเริ่มต้นจาก Ukemi ที่ดีคือคีย์เวิร์ดสำคัญจริง ๆ

บทความนี้เราจะโฟกัส “หนึ่งเทคนิคแบบเน้น ๆ” คือ การฝึก Ukemi ให้คล่อง ทั้งพื้นฐาน วิธีไล่เลเวลแบบไม่รีบเกินไป ตารางฝึกตัวอย่าง สิ่งที่มักทำผิด และทริคเล็ก ๆ สำหรับสายจริงจัง


ทำไม Ukemi ถึงเป็นเทคนิคแรกที่ควรฝึกให้โหด

ก่อนจะไปทุ่มใครแบบสวย ๆ การถามตัวเองก่อนว่า

“ถ้าเราโดนทุ่มเอง…เราล้มรอดไหม?”

นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมโค้ชยูโดที่ไหน ๆ ก็ให้เด็กฝึก Ukemi จนน่าเบื่อ

ประโยชน์หลัก ๆ ของการฝึก Ukemi คือ

  • ลดโอกาสเจ็บจริงจัง
    ถ้าล้มผิดมุม ผิดจังหวะ รับแรงด้วยข้อศอกหรือข้อมือ มีสิทธิ์บาดเจ็บยาวเป็นเดือน แต่ถ้าล้มถูกหลัก แรงกระแทกจะกระจายไปทั้งแขน–หลัง–สะโพก แทนที่จะลงจุดเล็ก ๆ
  • เพิ่มความกล้าตอนซ้อมทุ่ม
    คนที่ “กลัวล้ม” มักจะเกร็ง เวลาโดนทุ่มจะยิ่งเจ็บกว่าเดิม เพราะกล้ามเนื้อไม่ผ่อนตามแรง ทว่าคนที่ฝึก Ukemi จนมั่นใจ จะพร้อมปล่อยตัวตามท่าและล้มอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ทำให้ซ้อมหนักได้โดยไม่ต้องกลัว
    ยิ่งเลเวลสูงขึ้น การซ้อมจะมีจังหวะทุ่มเต็มแรงมากขึ้น ถ้า Ukemi ไม่อยู่ตัว ต่อให้เทคนิคอื่นดีแค่ไหน ก็เสี่ยงหมด
  • ใช้ได้ในชีวิตจริง
    ลื่นล้มบนพื้นเปียก ตกบันไดเตี้ย ๆ หรือสะดุดฟุตปาธ สกิล Ukemi จะช่วยให้เรา “ล้มแบบมีสติ” แทนการแถลงลงไปแบบไม่รู้เรื่อง

สรุปง่าย ๆ: อยากอยู่กับยูโดแบบยาว ๆ และอยู่กับชีวิตแบบไม่ต้องนอนกอดน้ำแข็งบ่อย เริ่มจาก Ukemi ให้โหดก่อนเลย


หลักการพื้นฐานของ Ukemi ที่ต้องเข้าใจก่อนซ้อม

ก่อนจะกระโดดไปเริ่มฝึก เรามาดู “สูตรลับพื้นฐาน” ของ Ukemi กันนิดนึง

ไม่ให้หัวกระแทก คือกฎเหล็กข้อแรก

ไม่ว่าจะล้มแบบไหน

  • ห้ามให้หัวกระแทกพื้น
  • คอและท้ายทอยต้องไม่รับแรงโดยตรง

เวลาล้มให้ “เก็บคาง” เข้าหาหน้าอกเล็กน้อย เหมือนทำท่าก้มมองสะดือ จะช่วยให้ท้ายทอยโค้งหนีพื้นไปเอง

กระจายแรงไปทั้งแขน–หลัง–ลำตัว

แทนที่จะให้แรงลงจุดเดียว เช่น ข้อมือหรือไหล่ ให้คิดว่า

“เรากำลังเอาทั้งตัวไปแตะพื้นพร้อมกันเพื่อแบ่งแรงกันรับ”

จึงต้องใช้

  • แขนตีพื้น (ไม่ใช่เอาศอกยัน)
  • แผ่นหลังส่วนบน
  • สะโพก และด้านข้างลำตัว

ทั้งหมดช่วยรับแรงแทนกัน

ผ่อนตัวตามแรง ไม่เกร็งสู้

นี่คือจุดที่มือใหม่มักทำผิด คือ “ล้มแบบสู้” แล้วจบลงด้วยการเจ็บเอง

จริง ๆ แล้วควรคิดว่า

  • ถ้าโดนทุ่มไปแล้ว “อย่าพยายามดีดกลับกลางอากาศ”
  • ให้ปล่อยตัวตามท่า แล้วใช้จังหวะสุดท้ายก่อนลงพื้นเปลี่ยนเป็น Ukemi

ซ้อมไปเรื่อย ๆ ร่างกายจะจำเองว่า “อ๋อ ถึงจุดนี้ต้องเปลี่ยนเป็นโหมดล้มแล้วนะ”


ประเภทของ Ukemi ที่ควรรู้

ในยูโดพื้นฐานจะมี Ukemi หลัก ๆ ที่ใช้กันเป็นประจำ ได้แก่

  • Mae Ukemi – การล้มไปข้างหน้า
  • Ushiro Ukemi – การล้มไปข้างหลัง
  • Yoko Ukemi – การล้มด้านข้าง
  • บางโดโจจะเพิ่ม Zenpo kaiten – ม้วนหน้าลงพื้น เข้ามาด้วย

ในบทนี้เราจะจับ “แกนกลาง” คือ Ushiro Ukemi (ล้มหลัง) กับ Yoko Ukemi (ล้มข้าง) เพราะใช้บ่อยเวลาโดนทุ่ม


ขั้นตอนฝึก Ukemi แบบไล่เลเวล: จากพื้นถึงยืน

เคล็ดลับสำคัญของ เทคนิคการฝึกซ้อมยูโด ด้าน Ukemi คือ “ห้ามข้ามขั้น” จากเริ่มเลยแบบยืนแล้วทิ้งตัวลง เพราะเสี่ยงเกินจำเป็น เราจะไล่จากระดับต่ำไปสูง

ขั้นที่ 1 – ฝึกจากท่านั่ง / ท่านอนก่อน

เริ่มจาก นั่งชันเข่า หรือ นอนหงาย บนเสื่อแบบไม่ต้องกลัวใครมาทุ่ม

Ushiro Ukemi (ล้มหลังพื้นฐาน)

  1. นั่งชันเข่า ก้นแตะพื้น หลังตรง คางเก็บเล็กน้อย
  2. ค่อย ๆ กลิ้งตัวไปด้านหลัง ให้แผ่นหลังส่วนบนสัมผัสพื้นก่อน
  3. ขณะหลังแตะพื้น ให้ “ตีพื้นด้วยฝ่ามือทั้งสองข้าง” แขนตึงแต่ไม่ล็อกข้อศอก
  4. แขนกางออกประมาณ 45 องศาจากลำตัว ไม่ชิดจนเกินไป ไม่กางเป็นปีกเครื่องบิน
  5. ห้ามเอาศอกลงก่อน – ต้องใช้ทั้งท่อนแขนและฝ่ามือร่วมกัน

ทำช้า ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความเร็ว

Yoko Ukemi (ล้มข้างพื้นฐาน)

  1. นั่งชันเข่าเช่นกัน
  2. บิดลำตัวไปด้านซ้ายหรือขวาที่ถนัด
  3. ให้ด้านข้างลำตัวและสะโพกด้านหนึ่งแตะพื้นก่อน
  4. ตีพื้นด้วยแขนด้านที่ล้ม แขนอีกข้างเก็บป้องกันตัว
  5. คางยังเก็บเล็กน้อยเหมือนเดิม

ช่วงแรกให้เน้นความรู้สึก “ลงกว้าง ๆ” มากกว่าลงแบบเฉี่ยวจุดเล็ก ๆ


ขั้นที่ 2 – จากท่านั่งสู่ท่ายืนครึ่งตัว

เมื่อเริ่มคุ้นกับการล้มจากตำแหน่งต่ำแล้ว ค่อยยกเลเวลขึ้น

ฝึก Ushiro Ukemi จากย่อตัว

  1. ยืนแยกขาเล็กน้อย ย่อตัวให้เข่างอ
  2. ทิ้งก้นไปด้านหลังเหมือนจะนั่งลง แล้วปล่อยให้ตัวเอนต่อไปจนหลังเริ่มแตะพื้น
  3. ใช้เท้าถีบพื้นเบา ๆ เพื่อช่วยหมุนตัวให้กลิ้งสวย ๆ แทนการ “ทิ้งตัวดิ่ง”
  4. ตีพื้นทันทีที่หลังส่วนบนแตะเสื่อ

ฝึก Yoko Ukemi จากยืนเตี้ย ๆ

  1. ยืนกึ่งงอเข่า น้ำหนักอยู่กลางเท้า
  2. เลือกด้านที่จะล้ม เช่น ด้านซ้าย
  3. ก้าวเท้าซ้ายไปข้าง ๆ เล็กน้อย บิดตัวตาม แล้วปล่อยให้สะโพกด้านซ้ายลงก่อน
  4. กลิ้งตามด้วยด้านข้างลำตัวแล้วตีพื้นด้วยแขนซ้าย

จุดสำคัญคือ อย่าลืมหายใจออกตอนลง จะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ไม่เกร็งรับแรง


ขั้นที่ 3 – จากท่ายืนจริง และเชื่อมกับจังหวะทุ่ม

ขั้นสุดคือการผูก Ukemi เข้ากับสถานการณ์จริง เช่น ตอนโดนทุ่มด้วยเทคนิคพื้นฐาน

ตัวอย่าง: โดน O-soto-gari

  1. รู้สึกว่าคู่ต่อสู้ล็อกแขนและเริ่มตัดขา
  2. เมื่อรู้ว่าถูกดันเสียสมดุลแล้ว ให้หยุด “ต้านสุดตัว” แล้วเปลี่ยนเป็นโหมดล้ม
  3. ปล่อยตัวตามทิศทางที่ถูกทุ่ม (มักจะเป็นแนวเฉียงหลัง + ข้าง)
  4. ใช้ Yoko Ukemi หรือ Ushiro Ukemi ตามทิศทาง
  5. ตีพื้นแรงพอสมควร พร้อมเก็บคาง

ช่วงนี้ต้องอาศัยการฝึกกับคู่ซ้อม (uke–tori) ที่ไว้ใจกัน เน้นการทุ่มในระดับความแรงที่เหมาะสม และค่อย ๆ เพิ่ม intensity ให้ใกล้กับจริงมากขึ้น


ตารางตัวอย่าง “แผนฝึก Ukemi 4 ระดับ”

ตารางนี้เป็นไอเดียสำหรับโค้ชหรือผู้ฝึก ที่อยากวางโครงให้ตัวเองหรือเด็ก ๆ ในโดโจ

ระดับเป้าหมายหลักแบบฝึกที่แนะนำระยะเวลาประมาณ
ระดับ 1กล้าล้ม ไม่กลัวพื้นล้มหลังจากท่านั่ง, ล้มข้างจากท่านั่ง, ล้มหน้าบนเข่า1–2 สัปดาห์
ระดับ 2ควบคุมทิศทางและจังหวะได้ล้มหลังจากย่อตัว, ล้มข้างจากยืนเตี้ย, ม้วนหน้าพื้นฐาน1–2 สัปดาห์
ระดับ 3เชื่อมกับการเคลื่อนที่เดิน–หยุด–ล้ม, ถอยหลัง–ล้ม, หมุนตัวแล้วล้มตามสัญญาณ2–3 สัปดาห์
ระดับ 4ใช้ในสถานการณ์ทุ่มจริงฝึก Ukemi จาก O-soto-gari, O-goshi, Seoi-nage ฯลฯต่อเนื่องยาว ๆ

แต่ละคนใช้เวลาต่างกันได้ ไม่ต้องเร่ง “เคลียร์ด่าน” ให้ไวเกินไป จุดสำคัญคือให้ร่างกายจดจำความรู้สึกของการล้มที่ถูกต้อง มากกว่าท่องว่า “ขั้นตอนมีอะไรบ้าง”


ตัวอย่างโปรแกรมฝึก 4 สัปดาห์สำหรับคนเริ่มจริงจัง

ลองสมมติว่าเราซ้อมยูโดสัปดาห์ละ 3 วัน (จ., พ., ศ.) แล้วอยากโฟกัส Ukemi เป็นพิเศษ

สัปดาห์ที่ 1 – ทำความคุ้นเคยกับพื้น

  • วอร์มอัป 10–15 นาที (หมุนข้อ, วิ่งเปลี่ยนทิศ, ขึ้น–ลงเข่า)
  • ฝึก Ushiro Ukemi จากท่านั่ง 20–30 ครั้ง
  • ฝึก Yoko Ukemi จากท่านั่ง ข้างละ 15–20 ครั้ง
  • ปิดท้ายด้วยยืดเหยียดหลัง–สะโพก

สัปดาห์ที่ 2 – ยกให้สูงขึ้น

  • วอร์มอัปเหมือนเดิม
  • Ushiro Ukemi จากย่อตัว 15–20 ครั้ง
  • Yoko Ukemi จากยืนเตี้ย 15–20 ครั้ง
  • ฝึก “เดินแล้วล้ม” เช่น เดิน 3 ก้าว–สัญญาณ–ล้มหลัง หรือเดินถอย–ล้มหลัง

ช่วงนี้อาจเริ่มให้เพื่อนซ้อมช่วย “ดึงเบา ๆ” ให้เสียสมดุล เพื่อให้รู้สึกว่ามาจากแรงคนอื่น ไม่ใช่แค่เราทิ้งตัวเอง

สัปดาห์ที่ 3 – เชื่อมกับท่าทุ่มเบา ๆ

  • วอร์มอัป + ซ้อมเคลื่อนที่เบสิก
  • เพื่อนซ้อมจับท่ายืนเฉย ๆ แล้ว “ดันเบา ๆ ให้เราถอยหลัง” พร้อมฝึก Ushiro Ukemi
  • เริ่มฝึกจากท่า O-soto-gari แบบช้า ๆ ให้เพื่อนช่วยทุ่มครึ่งแรง เราฝึกล้มให้สวย
  • ทำซ้ำสลับกัน tori/uke คนละ 10–15 ครั้ง

สัปดาห์ที่ 4 – เพิ่มความใกล้เคียงการแข่ง

  • ฝึกต่อต้านเล็กน้อยก่อนล้ม เพื่อจำจังหวะ “เมื่อไหร่ควรหยุดต้านแล้วเปลี่ยนเป็น Ukemi”
  • เพิ่มท่าอื่น เช่น O-goshi (ท่าโยกสะโพก), Seoi-nage (ท่าช้อนไหล่)
  • สุดท้ายให้โค้ชหรือคู่ซ้อมช่วย “สุ่มท่า” แล้วเราต้องใช้ Ukemi ที่เหมาะสมเอง

ระหว่างนี้ ใครที่เป็นสายแฟนกีฬาตัวยงนอกจากขึ้นเสื่อเอง ยังอาจสนุกกับการวิเคราะห์ฟอร์มยูโดระดับโลก หรือกีฬาอื่น ๆ ผ่านการดูแมตช์ย้อนหลัง สถิติ และบางคนก็ไปต่อด้วยการลุ้นผลแบบผู้ใหญ่ผ่านแพลตฟอร์มสไตล์ สมัคร UFABET ที่รวมทั้งกีฬาและความบันเทิงไว้ในที่เดียว ทั้งหมดนี้ช่วยให้เรารู้สึกใกล้ชิดกับโลกกีฬาในมุมต่าง ๆ มากขึ้น แต่บนเสื่อจริง ๆ ก็อย่าลืมแผนฝึกแบบมีโครงสร้างไปพร้อมกันด้วย


ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเวลา ฝึก Ukemi

ฝึกไปสักพัก ถ้ารู้สึกว่า “ทำไมยังเจ็บไหล่/ข้อมือ/หลังอยู่เลย” ลองเช็กดูว่าเราเผลอทำผิดแบบนี้หรือเปล่า

1. รับแรงด้วยศอกหรือข้อมือ

มือใหม่มักสัญชาตญาณว่า “จะยันพื้นก่อน” เลยลงด้วยศอกหรือข้อมือเต็ม ๆ ผลคือบาดเจ็บง่ายมาก

แก้:

  • จำให้ขึ้นใจว่า “ตีพื้นด้วยท่อนแขนและฝ่ามือพร้อมกัน”
  • ศอกไม่งอเกินไป แต่ก็ไม่ล็อกตรงจนแข็ง ให้มีความยืดหยุ่นเล็กน้อย

2. ลืมเก็บคาง หัวเด้งกระแทก

บางคนเวลาล้มจะเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทำให้ท้ายทอยมีโอกาสกระแทกเสื่อเต็ม ๆ

แก้:

  • ฝึกท่า “เก็บคางมองสะดือ” ทุกครั้ง
  • ลองให้เพื่อนช่วยเตือนเสียงดัง ๆ เวลาเห็นเราลืมเก็บคาง เพื่อให้สมองจำ

3. เกร็งตัวทั้งตัว ไม่ปล่อยไหลไปกับทิศทาง

คนที่กลัวมักจะล็อกกล้ามเนื้อทุกส่วน ทำให้การล้ม “แข็ง” จนแรงกระแทกไม่กระจาย

แก้:

  • เริ่มฝึกจากความสูงต่ำ ๆ บ่อย ๆ จนมั่นใจ
  • ฝึกหายใจออกแรง ๆ ตอนตัวแตะพื้น เช่น “ฮึ้บ!” หนึ่งครั้ง ให้สมองรู้ว่า “ถึงจังหวะผ่อนแล้ว”

4. รีบข้ามไปซ้อมจากท่ายืนเร็วเกิน

ใจร้อนอยากเก่งไว เลยข้ามขั้นจากท่านั่งไปท่ายืนเต็ม ๆ โดยยังไม่คล่อง

แก้:

  • ตั้งเป้า “จำนวนครั้ง” ของแต่ละเลเวลให้ชัด เช่น ท่านั่งอย่างน้อย 200–300 ครั้งก่อนยกเลเวล
  • ถ้ายังรู้สึกว่าเจ็บจุดเดิมซ้ำ ๆ ให้ย้อนกลับไปเลเวลต่ำกว่าแล้วเช็กฟอร์ม

ทริคเสริมสำหรับสายแข่งขัน

ถ้าใครไม่ได้มาเล่น ๆ แต่อยากลงแข่งจริงจัง การฝึก Ukemi ยังช่วยได้มากกว่าแค่ “ไม่เจ็บ”

  • ฝึกล้มแล้วลุกกลับเข้า guard เร็ว ๆ
    เช่น หลัง Yoko Ukemi ให้เด้งตัวกลับมาท่ายืนพร้อมจับเสื้อทันที เพื่อจำว่าล้มแล้วเกมยังไม่จบ
  • ฝึกอ่านท่าแล้วเตรียม Ukemi ล่วงหน้า
    ระหว่าง randori (ซ้อมแบบไหล) ให้โค้ชช่วยดูว่าเรารู้ตัวก่อนโดนทุ่มไหม ถ้ารู้ตัวเร็ว จะเปลี่ยนเป็นโหมด Ukemi ได้ไวกว่ามาก
  • ฝึกล้มใกล้เส้นขอบเสื่อ
    บางครั้งล้มใกล้ขอบ ถ้า Ukemi ไม่ดี อาจกลิ้งตกออกไปนอกเสื่อหรือชนคนอื่น การฝึกควบคุมทิศทางน้ำหนักในพื้นที่จำกัดสำคัญมาก

เสริมฟิตเนสให้ร่างกายรองรับการล้ม

Ukemi ไม่ได้ใช้แค่เทคนิค แต่ต้องมีร่างกายที่พร้อมด้วย

  • กล้ามท้อง–แกนกลาง (core)
    ฝึก plank, side plank, crunch ช่วยให้ลำตัวมั่นคงตอนหมุน–ล้ม
  • สะโพกและต้นขา
    squat, bridge, lunge จะช่วยให้การย่อ–ยืน–หมุนตัวลื่นขึ้น
  • ความยืดหยุ่น
    ยืดกล้ามเนื้อหลัง, เอ็นร้อยหวาย, สะโพก เป็นประจำ ลดโอกาสตึงจนเจ็บเวลาโดนยืดกระชาก

คิดง่าย ๆ ว่า ถ้าร่างกายคือ “เกราะ” Ukemi คือ “วิธีใช้เกราะให้คุ้ม” เราจึงควรอัปเกรดทั้งสองด้านไปพร้อมกัน


FAQ – คำถามยอดฮิตเรื่องการฝึก Ukemi ในยูโด

ถาม: ต้องฝึก Ukemi นานแค่ไหนถึงจะถือว่า “โอเคแล้ว”?
ตอบ: จริง ๆ แล้ว Ukemi เป็นสิ่งที่ควรฝึกตลอดชีวิตการเล่นยูโด แต่ถ้าพูดถึงระดับ “พื้นฐานใช้งานได้” ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 1–3 เดือน ขึ้นอยู่กับความถี่การซ้อมและประสบการณ์กีฬาเดิมของแต่ละคน

ถาม: ฝึกเองที่บ้านได้ไหม ถ้าไม่มีเสื่อยูโด?
ตอบ: ไม่แนะนำให้ล้มจริงบนพื้นแข็งเด็ดขาด อย่างมากใช้ที่นอนหรือเบาะหนา ๆ ฝึกแค่ท่าการเก็บคาง การเคลื่อนไหวแขน–ลำตัวแบบช้า ๆ แต่ถ้าจะฝึกล้มเต็ม ๆ ควรทำบนเสื่อหนาและมีโค้ชหรือเพื่อนคอยดูให้ปลอดภัย

ถาม: เด็กเล็กควรเริ่มฝึก Ukemi ตอนอายุเท่าไหร่ดี?
ตอบ: ส่วนใหญ่เด็กสามารถเริ่มเรียนหลักการล้มง่าย ๆ ได้ตั้งแต่อายุ 5–7 ขวบ โดยเน้นเป็นเกมสนุก ๆ มากกว่าจริงจัง เช่น เล่นล้มเป็นท่าหมี ท่าเต่า แต่ต้องอยู่ในความดูแลของโค้ชหรือผู้ใหญ่ที่มีพื้นฐานยูโด

ถาม: ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้วค่อยเริ่มเล่นยูโด จะยากกว่าฝึก Ukemi ไหม?
ตอบ: ผู้ใหญ่จะกลัวเจ็บมากกว่าเด็ก จึงเกร็งง่ายกว่า แต่ก็มีข้อดีคือ “เข้าใจคำอธิบาย” ได้ลึกกว่า ถ้าตั้งใจฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ฝึกสม่ำเสมอ 2–3 เดือนก็ใช้งานได้ดีแล้ว สำคัญคืออย่ารีบอีโก้ใส่ตัวเอง

ถาม: ต้องเก่ง Ukemi ก่อนถึงจะเริ่มฝึกท่าทุ่มได้ไหม?
ตอบ: ปกติในโดโจจะให้ฝึกคู่กัน แต่ “ล้มให้เป็น” ควรนำหน้าไปนิดหนึ่ง เพื่อให้ผู้ฝึกกล้าเข้าท่าทุ่มทั้งในฐานะคนทุ่ม (tori) และคนถูกทุ่ม (uke) ถ้า Ukemi ยังไม่ดี โค้ชก็มักจะเบรกไม่ให้ขึ้นระดับที่เสี่ยงเกินไป

ถาม: ถ้าฝึกยูโดเพื่อเอาไปใช้ในกีฬาอื่น (เช่น บอล บาส) Ukemi ยังมีประโยชน์ไหม?
ตอบ: มีมาก ๆ การล้มอย่างปลอดภัยช่วยลดอาการบาดเจ็บทั่วไปจากการลื่น หกล้ม เบียดชนในกีฬาอื่นด้วย หลายทีมฟุตบอลและรักบี้ยังเอาการฝึก Ukemi ไปผสมในโปรแกรมฝึกซ้อมเลย


สรุป: เริ่มจากการล้มให้เป็น ก่อนคิดจะทุ่มให้สวย

ในโลกยูโด ทุกคนอยากทุ่มสวย ๆ ได้อิปป้ง ได้เสียงเฮจากเพื่อน ๆ ในโดโจ แต่ถ้าเรายังไม่เข้าใจ “ศิลปะของการล้ม” ให้ดี ความสนุกบนเสื่ออาจกลายเป็นความกลัวและอาการเจ็บสะสมโดยไม่รู้ตัว การโฟกัสที่ เทคนิคการฝึกซ้อมยูโด ผ่าน Ukemi ตั้งแต่ระดับพื้น – นั่ง – ยืน – ไปจนถึงสถานการณ์จริง จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับคนที่อยากเล่นยูโดยาว ๆ

เราสามารถดูแมตช์ยูโดระดับโลกเพื่อศึกษา จับจังหวะคนล้ม ดูว่าพวกเขาเก็บคาง ตีพื้น และผ่อนตัวยังไง พร้อมกับใช้ชีวิตแฟนกีฬาในยุคดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับกีฬาอื่น ๆ ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่ว่าจะดูผลสด ตารางแข่ง หรือความบันเทิงด้านกีฬาที่รวมไว้ในที่เดียวแบบ ยูฟ่าเบท แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราจะเชียร์ใครบนนจอ หรือจะลุ้นผลแบบไหน สิ่งสำคัญคือเวลาตัวเองขึ้นเสื่อจริง ๆ เราต้อง “ล้มให้เป็น” เพื่อจะได้ลุกขึ้นมาซ้อมต่อได้ทุกวัน

เพราะบนเสื่อยูโด…คนที่ล้มบ่อยที่สุด ไม่ได้แปลว่าอ่อนที่สุดเสมอไป แต่อาจเป็นคนที่ “กล้าเรียนรู้มากที่สุด” และนั่นแหละ คือรากฐานของนักสู้ตัวจริงในระยะยาว 🥋💙