สำหรับหลายคนที่จริงจังกับ การฝึกเป็นนักยูโดมืออาชีพ ภาพในหัวมักจะเป็นท่าทุ่มสวย ๆ ตอนยืนเสียส่วนใหญ่ แต่ถ้าเราไปดูแมตช์แข่งขันจริง ๆ จะเห็นว่า “เกมพื้น” หรือ Newaza คือพื้นที่ที่เปลี่ยนผลแพ้–ชนะได้แบบหักมุมมาก ๆ โดยเฉพาะในยุคที่ใคร ๆ ก็ฟิต แข็งแรง ทุ่มเก่งกันหมด คนที่มีเกมพื้นจัด ๆ มักได้เปรียบแบบเนียน ๆ

ยุคนี้ชีวิตสายกีฬาไม่ได้มีแค่บนเสื่อ เราอาจซ้อมเสร็จกลับบ้านไปดูแมตช์ยูโด ดูบอล ดูมวย เติมความมันแบบผู้ใหญ่ผ่านแพลตฟอร์มกีฬา–คาสิโนออนไลน์ที่รวมหลายกีฬาไว้ที่เดียวอย่าง ยูฟ่าเบท แต่ถ้าเป้าหมายของเราคือ “ไม่ใช่แค่คนดู” แต่อยากเป็น “คนที่ลงแข่งจริง” การให้เวลากับการพัฒนา Newaza แบบมีระบบก็เป็นอีกหนึ่งวิธีฝึกที่สำคัญพอ ๆ กับท่าทุ่มเกมยืนเลยทีเดียว
บทความนี้เราจะโฟกัสวิธีเดียวแบบจัดเต็ม คือ การพัฒนาเกมพื้น (Newaza) ให้กลายเป็นอาวุธระดับมืออาชีพ ตั้งแต่พื้นฐานที่ควรรู้ โครงคิดการฝึก แผนฝึก 1 สัปดาห์ตัวอย่าง การผูก Newaza เข้ากับ Randori และข้อผิดพลาดที่นักยูโดไทยมักเจอกันประจำ
ทำไมถ้าอยากเป็นนักยูโดมืออาชีพ ต้องจริงจังกับ Newaza
ลองถามตัวเองดูว่า พอได้ยินคำว่า “ลงพื้น” เรารู้สึกยังไง
- บางคนคิดว่า “โห ได้เวลาล่ะ”
- แต่บางคนคิดว่า “จบแล้ว…อย่าเพิ่งลงพื้นได้ไหม” 😅
ต่างกันแค่นี้ แต่ผลในแมตช์ต่างกันมาก
เหตุผลที่เกมพื้นสำคัญมากสำหรับสายอาชีพ
- ใช้พลิกสถานการณ์
- ถึงจะเสียคะแนนจากยืนไปก่อน แต่ถ้าลงพื้นแล้วเก่ง พลิกกลับมาล็อกหรือทำ ippon ได้เลย
- ช่วยปิดเกม
- ทุ่มได้ waza-ari แล้วตามลงไปล็อก หรือทำ armbar / choke ต่อยอด = ปิดแมตช์ให้ชัวร์
- ทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าเล่นอะไรสุ่มเสี่ยง
- ถ้าเขารู้ว่า “ถ้าล้มไปแล้วซวยแน่” เขาจะเล่นระมัดระวังเกินไป ทำให้เราคุมจังหวะง่ายขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเรามี Newaza ดุ ๆ ก็เหมือนติด “ดาเมจเสริม” ให้กับท่าทุ่มทุกท่าในเกมยืน
พื้นฐาน Newaza ที่นักยูโดสายอาชีพต้องแม่นก่อน
ก่อนจะไปไกลถึงทริคสวย ๆ เราต้องเช็กก่อนว่าพื้นฐานเรามาเต็มรึยัง
ตำแหน่งหลักบนพื้นที่ต้องรู้จัก
อย่างน้อยต้องรู้และคุ้นกับตำแหน่งหลัก ๆ เหล่านี้
- ท่าคร่อม (Kesa-gatame, Yoko-shiho-gatame, Tate-shiho-gatame ฯลฯ)
- ท่าคลุมจากด้านข้าง
- ท่าคุมจากด้านหลัง
- ตำแหน่งตอนเราอยู่ล่างและคู่ต่อสู้อยู่บน
ไม่ใช่แค่ “รู้ชื่อ” แต่ต้องรู้ว่า
- ต้องวางน้ำหนักตัวตรงไหน
- มือ–แขน–เข่า–สะโพกอยู่ยังไงถึงคุมได้
- คู่ต่อสู้จะหนีเราได้ยังไงบ้าง (เพื่อจะได้ปิดทางเขา)
หลักคิดเบสิกของเกมพื้น
ให้จำ 3 คำนี้ไว้เป็นแกน
“คุม – ขยับ – จบ”
- คุม (Control)
- คุมลำตัว–สะโพกคู่ต่อสู้ก่อน อย่าเพิ่งรีบห submission
- ขยับ (Transition)
- ขยับไปตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่า เช่น จากครึ่งคร่อม → คร่อมเต็ม → เอาหลัง
- จบ (Finish)
- อาจเป็น hold-down (ล็อกค้างกินเวลา) หรือ submission
เวลาซ้อม Newaza ให้ถามตัวเองตลอดว่า
“ตอนนี้เราอยู่ขั้นไหนของ คุม–ขยับ–จบ แล้วจะไปขั้นถัดไปยังไง?”
ออกแบบการฝึก Newaza ให้เป็นระบบ ไม่ใช่แค่กลิ้งไปมา
หลายโดโจก็มี Newaza อยู่แล้ว แต่บางทีจะมาในโหมด “กลิ้งกันไปเลย 3 นาที” แบบ freestyle ซึ่งก็สนุก แต่ถ้าอยากพัฒนาเร็ว ๆ ควรแบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ
- ดริลล์ท่า (Technical Drills)
- ดริลล์สถานการณ์ (Situational Drills)
- Newaza Randori
ดริลล์ท่า: ทำให้การขยับกลายเป็นอัตโนมัติ
ตัวอย่างที่ควรฝึกเป็นประจำ
- จากครึ่งคร่อม → ขึ้นคร่อมเต็ม
- จากโดนคร่อม → กลิ้งหนีไปด้านข้าง / หลุดเข่าคู่ต่อสู้
- จากท่าคุมคอ → เปลี่ยนมุมให้คอแน่นขึ้น
แนวคิดคือ “ซ้อมให้เยอะพอจนร่างกายจำเอง” เวลาแข่งจริงจะได้ไม่ต้องคิดนาน
ดริลล์สถานการณ์: ซ้อมจากจุดที่มักเกิดขึ้นจริง
เช่น
- เริ่มจากโดนอีกฝ่ายคร่อมเต็มตัว ให้เราหาทางหนีภายใน 10–20 วินาที
- เริ่มจากเราได้คร่อม ให้หาทางเปลี่ยนเป็นท่าล็อกที่มั่นคงกว่านี้
- เริ่มจากเราอยู่ล่าง ครึ่งคร่อม ให้หาทาง “กลับมา guard” หรือกลับมายืน
โค้ชสามารถตั้งโจทย์ได้เป็นรอบ ๆ รอบละ 30–60 วินาที แล้วหมุนคู่กันไป
Newaza Randori: ห้องทดลองของเกมพื้น
- เล่นแบบเริ่มจากเข่า/นั่ง ไม่ต้องยืนขึ้นใหม่
- ให้เวลา 2–3 นาทีต่อรอบ
- เปลี่ยนคู่ทุกครั้ง
เป้าคือเอาทุกอย่างที่ดริลล์มาใช้จริง ไม่ใช่ไปคิดท่าใหม่ใน Randori
แผนฝึก 1 สัปดาห์ตัวอย่าง เน้นพัฒนา Newaza
สมมติเราซ้อมยูโดสัปดาห์ละ 3–4 วัน ลองใส่ Newaza แบบนี้เข้าไป
วันจันทร์ – Newaza พื้นฐาน + ดริลล์ท่า
- วอร์มร่างกายทั่วไป 10–15 นาที
- ดริลล์ Newaza พื้นฐาน
- เปลี่ยนจากครึ่งคร่อม → คร่อมเต็ม 3 เซต เซตละ 10 ครั้ง
- จากคร่อมเต็ม → ขึ้นนั่งคุมด้านข้าง 3 เซต เซตละ 10 ครั้ง
- Newaza Randori เบา ๆ 2–3 รอบ รอบละ 2 นาที
วันพุธ – สถานการณ์แย่ ๆ ของเราเอง
- เลือกสถานการณ์ที่ “เราไม่ชอบที่สุด” เช่น ถูกคร่อมหนัก ๆ
- ดริลล์หนีจากท่านั้น 4–5 เซต เซตละ 30–40 วินาที
- ปิดท้ายด้วย Newaza Randori 3 รอบ โดยให้เริ่มทุกครั้งจากท่าที่เราไม่ถนัด
วันศุกร์ – ผูกเกมพื้นกับเกมยืน
- ซ้อมท่าทุ่มที่เราถนัด 1–2 ท่า
- ทุกครั้งที่ “ทำท่าทุ่มจบ” ให้ต่อด้วย Newaza ท่าที่เหมาะกับการ follow up เช่น
- O-soto-gari → ลงพื้นต่อด้วยท่าคร่อมข้าง
- Seoi-nage → ตามลงไปล็อกแขน/คอ
ถ้าในชีวิตประจำวันเรายังอยากเสพกีฬาเต็มรูปแบบ ดูทั้งยูโด บอล มวย แล้วเพิ่มความตื่นเต้นแบบผู้ใหญ่ด้วยการลุ้นผ่านแพลตฟอร์มกีฬา–คาสิโนอย่าง สมัคร UFABET ก็ได้ แต่อย่าลืมว่าถ้าอยากยืนอยู่ฝั่ง “คนถูกเชียร์” เราต้องลงทุนกับแผนฝึกบนเสื่อให้ไม่แพ้ความสนุกในหน้าจอเช่นกัน
ผูก Newaza เข้ากับเกมยืนและ Randori ให้กลายเป็นอาวุธจริง
เกมพื้นจะศักดิ์สิทธิ์ก็ต่อเมื่อมันต่อกับเกมยืนได้ดี ไม่ใช่แค่เก่งเวลาล้มแล้ว แต่ต้องเป็นคนที่
- ทุ่มแล้ว “รู้ว่าจะตามลงไปยังไง”
- โดนทุ่มแล้ว “รู้ว่าจะไม่ให้เขาตามลงมาย้ำได้ยังไง”
จากทุ่ม → ลงพื้น
เวลาเราใช้ท่าทุ่มถนัด ให้ลองถามตัวเองว่า
- ถ้าทุ่มแล้วคู่ต่อสู้ยังไม่ ippon แต่ลงพื้นในท่าไหนดีสำหรับเรา?
- จากตรงนั้นเราจะต่อเป็น hold-down แบบไหน?
ยกตัวอย่างเช่น
- ทุ่มด้วย O-soto-gari → อีกฝ่ายมักจะลงด้านข้าง
- เราอาจตามไปเข้าท่าคร่อม Yoko-shiho-gatame ทันที
- ทุ่มด้วย Seoi-nage → อีกฝ่ายลงไปข้างหน้า
- เราอาจตามไปเกี่ยวเอวแล้วหมุนคร่อม
ให้เอาแต่ละท่าถนัดมาจับคู่กับ “ทางลงพื้น” ที่ชอบซ้อมไว้
จากถูกทุ่ม → ไม่ปล่อยให้เขาย้ำ
สถานการณ์นี้ฝึกได้เหมือนกัน
- ให้โค้ชหรือคู่ซ้อม “ทุ่มเรา” แบบคุมได้
- ทันทีที่หลังแตะเสื่อ ให้เรา
- กลิ้งไปด้านข้าง
- งัดเข่าเข้าไปป้องกัน
- หรือรีบหนีไปข้างเท้าให้เขาเสียมุม
จุดสำคัญคือหัด “ล้มแล้วไม่ยอมอยู่นิ่ง” เพราะนิ่ง = เปิดทางให้อีกฝ่ายตามลงมาล็อกฟรี
พัฒนา Newaza แบบมืออาชีพ ต้องมองทั้งร่างกายและจิตใจ
เกมพื้นไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่ยังเกี่ยวกับ “ความรู้สึกเวลาตัวเราโดนทับ–โดนกด” ด้วย
แก้ปัญหา “กลัวอึดอัดเวลาลงพื้น”
หลายคนแพ้ตั้งแต่ยังไม่โดนล็อก เพราะรู้สึกหายใจไม่ออก หัวตื้อ แค่ถูกคร่อมก็อยากตบยอมแล้ว
วิธีฝึกค่อย ๆ แก้คือ
- ให้เพื่อน/โค้ชคร่อมในท่าที่เรากลัวที่สุด
- ตั้งเวลา 10–15 วินาทีแรก “ห้ามหนี ให้โฟกัสแต่ลมหายใจ”
- หายใจสั้น ๆ แต่ถี่ไม่ได้ ให้บังคับตัวเองหายใจลึกกว่าปกติเล็กน้อย
- ผ่าน 15 วินาทีแล้วค่อยเริ่มหนีตำแหน่งอย่างช้า ๆ
ทำบ่อย ๆ เราจะเริ่มชินกับความอึดอัด และรู้ว่าจริง ๆ แล้ว “หายใจได้” เพียงแต่ตอนแรกใจเราตกใจไปเอง
เสริมฟิตเนสให้ช่วยเกมพื้น
เกมพื้นใช้แรงแบบ “กด–ดัน–แบกน้ำหนัก” เยอะมาก
- ฝึก core ให้แน่น เช่น plank, side plank, dead bug
- ฝึกหลังและแขนดึง เช่น row, pull-up
- ฝึกทนทานแบบ circuit (แบกน้ำหนักตัวเอง กลิ้ง ขึ้น–ลงพื้น)
ไม่จำเป็นต้องเล่นเวทโหดเหมือนสายเพาะกล้าม แต่ต้องให้ร่างกายรู้จัก “ความเมื่อยในท่าอึดอัด” เผื่อเวลาแข่งจริงจะไม่ตื่นตระหนก
ข้อผิดพลาดยอดฮิตเวลาโฟกัสฝึก Newaza
มาดูหลุมที่คนส่วนใหญ่มักตก แล้วเราจะได้เลี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ
ฝึกแต่ท่าที่ตัวเองชอบ ไม่กล้าแตะจุดอ่อน
เช่น ชอบล็อกจากการคร่อม แต่เกลียดการหนีจากท่าถูกคร่อม → เวลาขึ้นแข่ง ถ้าโดนอีกฝ่ายคร่อมทีคือจบเลย
ให้ตั้งสัปดาห์แห่ง “ด้านมืดของตัวเอง” ขึ้นมาบ้าง เช่น
- สัปดาห์นี้ โฟกัสแต่การหนีจากท่าที่เราเกลียดที่สุด
- ให้เพื่อนช่วยกันหาโอกาสใส่ท่านั้นใส่เราเยอะ ๆ ใน Randori
เล่น Newaza แบบ “เอาแรงเข้าว่า”
ใช้แรงแขน–หัวไหล่เยอะไป แต่ไม่ใช้โครงสร้างร่างกาย เช่น
- เอาแต่กดคอคู่ต่อสู้ลงด้วยแรง
- ใช้หน้าอกทับโดยไม่สนว่าลำตัวตัวเองอยู่ตรงไหน
นอกจากจะทำให้คู่ซ้อมไม่ปลื้มแล้ว ยังทำให้เราเปลืองแรงมากและพัฒนาได้ช้า ควรกลับมาโฟกัสที่
- วางน้ำหนักตัวตรงไหน
- สะโพก–เข่า–หน้าอกอยู่ตำแหน่งไหนแล้วทำให้เขา “แบกเรา”
ไม่ยอมถาม–ไม่ยอมคุยหลัง Randori
หลังเล่น Newaza Randori ถ้าแค่ลุกแล้วเดินกลับไปต่อรอบถัดไปโดยไม่คุยอะไรเลย เราจะเสียโอกาสเรียนรู้ไปเยอะมาก
ลองใช้เวลา 30–60 วินาทีถามคู่ซ้อมว่า
- “เมื่อกี้มีจุดไหนที่นายรู้สึกว่าเกือบหนีได้/เกือบโดนล็อก?”
- “ตอนนั้นฉันทิ้งน้ำหนักเยอะไปไหม หรือหลวมไป?”
ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ช่วยให้เราแก้ท่า–ปรับมุมได้ไวขึ้นเยอะ
FAQ – คำถามยอดฮิตเรื่องการพัฒนาเกมพื้นสำหรับสายอาชีพ
ถาม: ถ้าเวลาซ้อมมีจำกัด ควรให้เวลา Newaza เท่าไหร่ดี?
ตอบ: ถ้าซ้อมยูโดครั้งละประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง อย่างน้อย 20–30 นาทีควรเป็น Newaza (ดริลล์+Randori) ยิ่งถ้าเราเป็นคนที่เกมพื้นอ่อนไปทางนึง แนะนำให้เพิ่มเป็น 40–45 นาทีในบางวัน
ถาม: ควรเริ่มสอน Newaza ตั้งแต่ระดับสายขาวเลยไหม?
ตอบ: ควรเริ่มแนะนำพื้นฐานตั้งแต่แรก เช่น การป้องกันตัวบนพื้น ท่าคร่อมง่าย ๆ การหนีเบื้องต้น แต่ยังไม่ต้องลงดีเทล submission ลึก ๆ มากนัก เน้นให้เด็ก/มือใหม่ “ไม่กลัวพื้น” ก่อน
ถาม: ถ้ารู้สึกว่าตัวเองตัวเล็ก สู้แรงคนตัวใหญ่ไม่ได้บนพื้น ทำยังไงดี?
ตอบ: ตัวเล็กยิ่งต้องเน้นเทคนิคการใช้มุม การหมุนตัว และการใช้สะโพกกับแกนกลางให้ดี แทนที่จะดันตรง ๆ หัวชนกำแพง คนตัวเล็กที่เกมพื้นดีมักเล่น “หลุด–หมุน–กลับมาคุม” ได้ลื่นกว่าคนตัวใหญ่ที่ใช้แรงดิบด้วยซ้ำ
ถาม: Newaza ในยูโดต่างจาก BJJ ยังไง ถ้าไปซ้อม BJJ จะช่วยไหม?
ตอบ: กติกาและเป้าหมายบางอย่างต่างกัน แต่หลักการหลายอย่างคล้ายกัน การไปซ้อม BJJ เพิ่มก็ช่วยเปิดโลกเกมพื้นได้เยอะ แต่ต้องระวังอย่านำ pattern ที่ขัดกับกติกายูโดมาใช้ในแมตช์แข่ง เช่น การนอนเล่นเกมนาน ๆ โดยไม่คิดจะลุกหรือคุมเวลา
ถาม: ถ้ากลัวคอ กลัวไหล่เจ็บ เวลาโดนล็อก ควรทำยังไง?
ตอบ: ต้องเริ่มจากคู่ซ้อมและโค้ชที่รับผิดชอบ เล่นกันด้วยความเคารพ ไม่ล็อกแบบกระชาก และมีการตบยอมอย่างชัดเจน ฝึกไปเรื่อย ๆ ร่างกายและใจจะเริ่มชินกับแรงกด แต่อย่าฝืนเกินไปจนเจ็บจริง ๆ
เกมพื้นคืออีกครึ่งหนึ่งของการฝึกเพื่อเป็นนักยูโดมืออาชีพ ที่มองไม่เห็นจากบนสแตนด์
ถ้ามองจากบนอัฒจันทร์ คนดูมักจดจำแต่จังหวะท่าทุ่มสวย ๆ แต่สำหรับคนที่อยู่บนเสื่อจริงจะรู้ดีว่า การฝึกเพื่อเป็นนักยูโดมืออาชีพ แบบครบเครื่องนั้น ขาด Newaza ที่แข็งแรงไม่ได้เลย เกมพื้นคือพื้นที่ที่เราพลิกจากผู้ตามเป็นผู้คุมเกม ปิดแมตช์ให้จบสวย และป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้ลากเราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่เราไม่ถนัด
ในโลกนอกเสื่อ เราอาจจะเพลิดเพลินกับการดูแมตช์กีฬาอื่น ๆ เช็กผล ลุ้นเกม ผ่านแพลตฟอร์มกีฬา–คาสิโนที่เข้าใช้งานง่ายอย่าง ทางเข้า UFABET ล่าสุด แต่ทุกครั้งที่เรากลับมาเหยียบเสื่อยูโด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคำถามง่าย ๆ ว่า
วันนี้เราได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง
ที่ทำให้ “เกมพื้น” ของเราดีกว่าเมื่อวานหรือยัง?
ถ้าคำตอบคือ “ใช่ ถึงจะนิดเดียวก็เถอะ” แสดงว่าเรากำลังเดินอยู่บนเส้นทาง การฝึกเพื่อเป็นนักยูโดมืออาชีพ อย่างมั่นคงทีละก้าวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นท่าทุ่มบนเกมยืน หรือการขยับทุกเซนติเมตรในเกมพื้น ทุกอย่างล้วนพาเราเข้าใกล้เวอร์ชันที่แกร่งขึ้น อึดขึ้น และนิ่งขึ้นของตัวเราเองเสมอ 🥋💙