เทคนิคการฝึกซ้อมยูโด Randori (การซ้อมจริงแบบไหล) ให้เก่งทั้งเกมและสติ

Browse By

เวลาเราพูดถึง เทคนิคการฝึกซ้อมยูโด Randori (การซ้อมจริงแบบไหล) หลายคนจะนึกถึงช่วง “มันส์สุดของคลาส” ที่ได้จับเสื้อจริง เคลื่อนที่จริง ลองทุ่มจริง แต่ยังไม่กดดันเท่าแข่งจริง Randori จึงเป็นสะพานสำคัญระหว่างดริลล์แบบแห้ง ๆ อย่าง Ukemi หรือ Uchi-komi ไปสู่การต่อสู้ที่ต้องใช้ทั้งสมอง เทคนิค และสภาพจิตใจพร้อมกัน

ทุกวันนี้โลกของแฟนกีฬาก็กว้างขึ้นมาก เราอาจซ้อมยูโดเสร็จแล้วกลับบ้าน เปิดคลิปดูแมตช์ระดับโลก วิเคราะห์ฟอร์ม หรือแวะไปดูโปรแกรมกีฬาประเภทอื่น ๆ เพิ่มสีสัน ทั้งฟุตบอล มวย บาส ฯลฯ ผ่านแพลตฟอร์มรวมความบันเทิงแนวเดียวกับ ยูฟ่าเบท ที่ให้เราเลือกเชียร์ เลือกลุ้นได้ตามสไตล์ผู้ใหญ่รู้ลิมิตตัวเอง แต่ไม่ว่าจะโลกบนจอจะสนุกแค่ไหน สำหรับคนขึ้นเสื่อจริง Randori คือพื้นที่ที่เราต้องเจียระไนตัวเองมากที่สุด

บทความนี้เราจะโฟกัส “หนึ่งเทคนิคแบบเน้น ๆ” คือ การใช้ Randori เป็นเครื่องมือฝึกซ้อมยูโดอย่างฉลาด ไม่ใช่แค่ลงไปปะทะมั่ว ๆ แล้วหวังว่าจะเก่งขึ้นเอง เราจะไล่ตั้งแต่พื้นฐาน วัตถุประสงค์ ประเภทของ Randori วิธีคุมความแรง วิธีออกแบบเซสชัน รวมถึงข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยและวิธีเลี่ยง


Randori คืออะไร ต่างจากการแข่ง (Shiai) ยังไง?

ก่อนจะใช้ Randori เป็น เทคนิคการฝึกซ้อมยูโด เราต้องเข้าใจนิยามมันให้ชัดก่อน

  • Randori = การซ้อมจริงแบบไหล ทั้งสองฝ่ายจับเสื้อ เคลื่อนที่ หาโอกาสทุ่มกันจริง แต่เน้น “การเรียนรู้” มากกว่าผลแพ้ชนะ
  • Shiai = การแข่งขันจริง มีกรรมการ มีคะแนน มีเวลา และมีความกดดันแบบเต็มแม็กซ์

พูดง่าย ๆ

Randori = ห้องทดลอง
Shiai = ห้องสอบจริง

ปัญหาคือ หลายคนเผลอทำ Randori ให้กลายเป็น “ห้องสอบย่อย” คือซ้อมแต่ละรอบด้วย mindset ว่าต้องชนะคู่ซ้อมให้ได้ ทำให้

  • กลัวลองท่าใหม่
  • กลัวโดนทุ่ม
  • เล่นแต่วิธีเซฟ ๆ ที่ตัวเองถนัดอย่างเดียว

สุดท้าย Randori ก็ไม่ได้ช่วยให้เราพัฒนาเท่าไหร่ นอกจากทำให้ ego แข็งแรงขึ้นเฉย ๆ


วัตถุประสงค์หลักของ Randori ที่ควรรู้

ลองตั้งคำถามเล่น ๆ ว่า “เราทำ Randori ไปเพื่ออะไร?” ถ้าคำตอบมีแค่ “เพื่อชนะคู่ซ้อม” แสดงว่ายังใช้ของดีไม่คุ้ม

จริง ๆ แล้ว Randori ช่วยเราเรื่องเหล่านี้ได้เยอะมาก:

  1. ฝึกจังหวะจริง (Timing) และระยะ (Distance)
    ท่าทุ่มสวย ๆ จาก Uchi-komi จะใช้จริงได้ ต้องผ่านด่านเรื่องจังหวะกับระยะก่อน Randori ทำให้เราได้ทดลองว่า “เมื่อไรควรเข้า” และ “ระยะเท้า–ตัวห่างเท่าไหร่ถึงจะพอดี”
  2. ฝึกอ่านนิสัยคู่ต่อสู้
    แต่ละคนมีสไตล์ต่างกัน บางคนชอบดึง บางคนชอบดัน บางคนหมุนไว Randori ทำให้เราฝึกอ่าน pattern พวกนี้ได้แบบไม่ต้องกลัวเสียคะแนนจริง
  3. ฝึกการตัดสินใจภายใต้ความกดดันเบา ๆ
    ถึงจะไม่ใช่แข่งจริง แต่หัวใจก็เต้นแรงอยู่ดี การต้องเลือกว่าจะเข้า–ถอย–เปลี่ยนท่าใน 1–2 วินาทีซ้ำ ๆ คือการฝึก decision making ชั้นดีมาก
  4. เพิ่มความถึก (Conditioning)
    Randori ต่อเนื่อง 3–5 นาที โดยเฉพาะถ้าเล่นหมุนคู่ มันคือการฝึกสภาพร่างกายจริงระดับหนึ่งเลย
  5. ฝึกสติและการควบคุมอารมณ์
    เราจะเจอทั้งจังหวะโดนทุ่ม เจ็บนิด ๆ หงุดหงิด ท้อใจ Randori คือพื้นที่ซ้อมให้เรา “กลับมาโฟกัส” ได้เร็วขึ้นทุกครั้ง

ประเภทของ Randori ที่ใช้กันบ่อย

ไม่ใช่ว่า Randori จะมีแบบเดียวแล้วลงไปไหล ๆ อย่างเดียว จริง ๆ แล้วโค้ชสามารถออกแบบ Randori ให้ตอบโจทย์ได้หลากหลายมาก

Tachiwaza Randori – ซ้อมเกมยืน

คือ Randori ที่เริ่มจากยืน จับเสื้อ เคลื่อนที่ หาโอกาสทุ่ม

เหมาะสำหรับ:

  • ฝึกจังหวะเข้าเท้า
  • ฝึกทำ kuzushi (ดึงเสียสมดุล)
  • ฝึก footwork และการวนเสื่อ

Newaza Randori – ซ้อมเกมพื้น

เริ่มจากท่าสามัญ เช่น นั่งคุกเข่าแล้วเริ่มจับกัน หรือนอนคนละท่าแล้วเซ็ตให้ “เริ่ม” เพื่อฝึกการหนีล็อก พลิกกลับ ล็อกคู่ต่อสู้

เหมาะสำหรับ:

  • สายพื้นโดยเฉพาะ
  • หรือคนที่อยากใช้ยูโดช่วยต่อยอดไปสาย BJJ / MMA

Situational Randori – ซ้อมจากสถานการณ์เฉพาะ

ตัวอย่างเช่น

  • เริ่มจากหลังโดนจับ waza-ari นำอยู่ / ตามอยู่
  • เริ่มใกล้ขอบเสื่อ ต้องฝึกหนีไม่ให้โดนดันออก
  • เริ่มจากท่าคล้องคอผิดท่า ให้หาทางรอด

แบบนี้ช่วยให้เราพร้อมรับมือ “สถานการณ์ไม่น่ารัก” ที่นาน ๆ ทีจะเจอในแมตช์จริง แต่ถ้าเคยซ้อมไว้แล้วจะไม่หลอน

Goal-based Randori – มีโจทย์เฉพาะในแต่ละรอบ

ตัวอย่าง:

  • รอบนี้ห้ามใช้ท่าหลักของตัวเอง ต้องลองท่าที่ไม่ค่อยกล้าใช้
  • รอบนี้ห้ามดัน มีแต่เดินเข้าไปใกล้คู่ต่อสู้
  • รอบนี้ห้ามตั้งเป้าว่าต้องล้มเขา ขอแค่ “ไม่โดนล้ม”

แบบนี้ช่วยฝึกให้สมองไม่ติด pattern เดิม ๆ และกล้าออกจาก comfort zone


วิธีเริ่ม Randori สำหรับผู้เริ่มต้นแบบไม่พัง

หลายคนพอได้ยินคำว่า Randori ครั้งแรก จะรู้สึกทั้งตื่นเต้นทั้งกลัว ถ้าจัดการไม่ดี อาจทำให้คนใหม่รู้สึกว่า “ยูโดมันดุเกินกว่าที่คิด” แล้วหายจากโดโจไปเลย เสียดายของมาก

1. ตกลง “ความแรง” กับคู่ซ้อมก่อน

ก่อนเริ่ม ควรถามกันตรง ๆ ว่า

  • วันนี้อยากซ้อมเบา / กลาง / หนัก
  • เน้นฝึกท่า หรือเน้นเกมยืนจริงจังกว่า

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจาก เบา–กลาง คือ

  • ใช้แรงประมาณ 50–60%
  • เน้นหาโอกาสเข้าเท้าสวย ๆ
  • ยังไม่ต้องคิดเรื่องทำคะแนนหรือกดดันจนหน้ามืด

2. เลือกคู่ซ้อมให้เหมาะ

ถ้าเป็นไปได้ มือใหม่ควรได้เล่นกับพี่ที่

  • คุมแรงได้ดี
  • ไม่อีโก้จัด
  • พร้อมจะช่วยสอนระหว่างเล่น

ใครที่ขึ้นชื่อว่า “ทุ่มแรงทุกคนเท่ากัน” ให้โค้ชจัดไปเล่นกับคนระดับใกล้เคียงกันเองก่อน เดี๋ยวได้เจ็บโดยไม่จำเป็น

3. จำกัดเวลาให้สั้นในช่วงแรก

ไม่จำเป็นต้องเล่นทีละ 4–5 นาทีตั้งแต่วันแรก เริ่มจาก

  • 1–2 นาทีต่อรอบ
  • พัก 1–2 นาที
  • ทำ 3–4 รอบ ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

ดีกว่าเล่นยาว ๆ แล้วหมดแรงจนฟอร์มพัง เพราะสุดท้ายจะได้แค่ “ความจำฟอร์มถ้าเหนื่อย” แทนที่จะเป็นฟอร์มที่ดี


โครงสร้างเซสชัน Randori ที่ดี หน้าตาประมาณไหน?

สมมติว่าเรามีเวลาในคลาสประมาณ 20–30 นาทีสำหรับ Randori ลองจัดแบบนี้ก็ได้

  1. Warm-up เฉพาะทาง
    • เดิน–วิ่ง–หมุนตัวคู่จับเสื้อเบา ๆ
    • ทำ Uchi-komi 1–2 ท่าที่ใช้บ่อย
  2. Tachiwaza Randori 2–3 รอบ
    • รอบละ 2–3 นาที
    • เปลี่ยนคู่ทุกครั้ง
  3. Newaza Randori 2 รอบ
    • รอบละ 2 นาที
    • เน้นหาทางหนีจากจุดเสียเปรียบ เช่น เริ่มจากโดนคร่อม
  4. Situational Randori 1–2 รอบ
    • เช่น เริ่มจากใกล้ขอบเสื่อ / เริ่มจากตามหลังคะแนน
  5. Cool-down
    • ยืดเหยียด
    • ทบทวนในหัวว่ารอบเมื่อกี้เราได้เรียนรู้อะไร

ระหว่างพักแต่ละรอบ อาจคุยกับคู่ซ้อมสั้น ๆ ว่า “เมื่อกี้ท่าที่นายใช้ดีนะ ติดที่ฉันดึงช้าไปนิด” หรือ “ฉันรู้สึกกลัวโดนสวนตรงนี้เลยไม่กล้าเข้าเท้า” แบบนี้คือการรีเฟรชตัวเองให้ Randori เป็นพื้นที่เรียนรู้จริง ๆ


ตัวอย่างแผนฝึก 4 สัปดาห์ เน้น Randori ให้พัฒนาจริง

ลองคิดแบบง่าย ๆ สำหรับคนที่ซ้อมสัปดาห์ละ 2–3 วัน และอยากใช้ Randori เป็นแกนกลาง

สัปดาห์ที่1️⃣ – รู้จัก Randori แบบเบา ๆ

  • เน้น tachiwaza randori รอบละ 2 นาที
  • ขอให้แต่ละรอบมี “โจทย์เดียว” เช่น เน้นท่า o-goshi หรือ seoi-nage อย่างเดียว
  • หลังจบคลาส จดสั้น ๆ ว่า วันนี้เรายังกลัวอะไรตอนเข้าเท้า

สัปดาห์ที่2️⃣ – เพิ่ม newaza randori เข้าไป

  • เพิ่ม newaza randori วันละ 2 รอบ รอบละ 2 นาที
  • กำหนดโจทย์ เช่น “ถ้าตกเป็นฝ่ายล่าง ต้องหาทางหนีภายใน 20 วินาที”

สัปดาห์ที่3️⃣ – เริ่ม situational randori

  • อย่างน้อยวันละ 1 รอบ ให้เริ่มจากสถานการณ์เฉพาะ เช่น เริ่มใกล้ขอบเสื่อ
  • ฝึกการ “ไม่ตื่นตระหนก” แล้วใช้ footwork หนีจากมุมอับ

สัปดาห์ที่4️⃣ – เพิ่มความแรงแบบคุมได้

  • ความแรงของบางรอบขยับจาก 60% เป็น 70–80%
  • เน้นคุมอารมณ์ ไม่ใช้แรงแค้น ไม่เล่นเกินโจทย์
  • สรุปสิ่งที่ตัวเองรู้สึกว่าเปลี่ยนไปจากวันแรก เช่น กล้าลองท่าใหม่มากขึ้น / ไม่กลัวโดนทุ่มเท่าเดิม

ระหว่างทาง ใครที่เป็นสายแฟนกีฬาหลายประเภทก็อาจเอา mindset เดียวกันไปใช้ตอนดูแมตช์อื่น ๆ ได้ เช่น ดูยูโด ดูบอล แล้วลองวิเคราะห์รูปเกม มองหาจังหวะผิดพลาดเล็ก ๆ เหมือนเป็น Randori ของสายวิเคราะห์ด้วย เวลาจะเพิ่มความลุ้นด้วยการเข้าไปดูโปรแกรมกีฬาหรือบริการในเว็บแนวสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์อย่าง ทางเข้า UFABET ล่าสุด ก็ยิ่งสนุกขึ้น เพราะเราเริ่มเห็น “รายละเอียดในเกม” มากกว่าคนทั่วไป


ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเวลาใช้ Randori เป็นเทคนิคการฝึกซ้อมยูโด

มาดูสิ่งที่เจอบ่อยและควรหลีกเลี่ยงหน่อยดีกว่า

1. เล่นเหมือนแข่งจริงทุกครั้ง

คือใส่แรง 100% ทุกจังหวะ ตั้งใจจะ “ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด” แทบทุก randori

ผลเสีย:

  • เสี่ยงเจ็บทั้งตัวเองและคู่ซ้อม
  • ไม่มีพื้นที่ให้ลองท่าใหม่ ๆ
  • บรรยากาศในโดโจเริ่มตึงจนคนใหม่ไม่กล้าเข้าหา

2. ใช้แต่ท่าถนัด ท่าเดียววนไป

แน่นอนว่าเราควรมี “ท่าประจำตัว” แต่ถ้าใน Randori ทุกครั้งเราใช้แต่ท่าเดียว สุดท้ายคู่ซ้อมก็อ่านออก และเราจะไม่พัฒนา arsenal ของตัวเองเลย

วิธีแก้:

  • ตั้งโจทย์ เช่น วันนี้ต้องลองใช้ท่าที่ไม่เคยกล้าใช้อย่างน้อย 3 ครั้ง
  • ยอมรับว่าโดนสวนระหว่างลองถือว่าเป็นค่าฝึก ไม่ใช่ความล้มเหลว

3. กลัวโดนทุ่มจนไม่กล้าเดินเข้า

บางคน Ukemi ดี ท่าก็โอเค แต่พอเป็น Randori กลับถอยอย่างเดียวเพราะ “กลัวหน้าแตะเสื่อ”

วิธีแก้:

  • ย้อนกลับไปเช็กความมั่นใจใน Ukemi
  • ทำ Randori โหมดเบา ๆ โดยมีโจทย์ว่า “ห้ามถอยตลอดรอบ ต้องขยับเข้าใกล้เสมอ”

4. ไม่คุยกับคู่ซ้อมและโค้ชหลังรอบ

Randori ที่ไม่มี feedback มักจะวนอยู่ลูปเดิม ๆ

หลังจบรอบ แค่ใช้เวลา 30–60 วินาทีถามกันว่า

  • “เมื่อกี้นายรู้สึกว่าท่าไหนเกือบได้ / เกือบพลาด?”
  • “เราดูแรงไปไหม? หรืออ่อนเกิน?”

เท่านี้ก็ทำให้รอบต่อไปคุณภาพดีขึ้นเยอะแล้ว


Mindset ที่ทำให้ Randori กลายเป็น “ห้องทดลอง” ไม่ใช่ “สนามสอบ”

ลองตั้งกติกาในใจตัวเองเวลาเข้าช่วง Randori แบบนี้ดู

  1. วันนี้ฉันมาเพื่อเรียนรู้ ไม่ใช่มาเพื่อเอาชนะใคร
    แพ้–ชนะใน Randori คือข้อมูล ไม่ใช่คำพิพากษา
  2. ยอมเสียฟอร์มระยะสั้น เพื่อได้ท่าที่ใช้ได้ระยะยาว
    การลองท่าใหม่แล้วโดนสวน ดีกว่าการไม่เคยลองเลย
  3. เคารพคู่ซ้อมเสมอ
    ใช้แรงเหมาะสม ไม่จงใจเล่นนอกเกม ไม่ใช้พลังอารมณ์
  4. เก็บ 1–2 จุดจากแต่ละรอบก็พอ
    ไม่จำเป็นต้องจำทุกอย่าง แค่ถามตัวเองว่า “รอบนี้ฉันเรียนรู้อะไร 1–2 อย่าง?”

Mindset แบบนี้จะช่วยให้ Randori เป็นพื้นที่ที่ทั้งปลอดภัย สนุก และพาเราเก่งขึ้นจริง ๆ


FAQ – คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Randori

ถาม: มือใหม่ควรเริ่ม Randori เมื่อไหร่ดี?
ตอบ: โดยทั่วไป พอเราพอมีพื้นฐาน Ukemi (ล้มเป็น) และรู้ท่าทุ่มพื้นฐาน 2–3 ท่า ก็เริ่ม Randori แบบเบา ๆ ได้แล้ว โดยมีโค้ชหรือพี่เลี้ยงคอยคุมจังหวะและความแรง

ถาม: ควรทำ Randori บ่อยแค่ไหนต่อสัปดาห์?
ตอบ: ถ้าเน้นพัฒนาเพื่อแข่ง 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์กำลังดี แต่ในแต่ละครั้งไม่จำเป็นต้องเล่นหนักทุกเซต สามารถสลับเบา–กลาง–หนักตามแผนซ้อมได้

ถาม: Randori จำเป็นต้องลงพื้น (newaza) ทุกครั้งไหม?
ตอบ: แล้วแต่สไตล์ของโดโจ บางที่เล่น tachiwaza อย่างเดียวแล้วหยุด บางที่ปล่อยต่อพื้นไปเลย ข้อดีของการต่อพื้นคือช่วยให้เราไม่หยุดสมาธิกลางทาง แต่ข้อดีของการหยุดคือโฟกัสเฉพาะเกมยืนได้มากขึ้น

ถาม: ถ้ากลัวเจ็บ ควรทำยังไงให้กล้าขึ้น?
ตอบ: เริ่มจาก Randori โหมดเบา ๆ กับคู่ซ้อมที่ไว้ใจได้ ให้โค้ชช่วยจับตาดู และทบทวน Ukemi ให้มั่นใจก่อน สเต็ปเล็ก ๆ แบบนี้จะค่อย ๆ ลดความกลัวลงเอง

ถาม: ควรทำ Randori ก่อนหรือหลังซ้อมเทคนิค?
ตอบ: ส่วนใหญ่จะซ้อมเทคนิค (ดริลล์) ก่อน แล้วค่อยเอาไปลองใน Randori ช่วงท้าย เพื่อเชื่อมสิ่งที่ฝึกในวันนั้นกับสถานการณ์จริง

ถาม: ถ้าเจอคู่ซ้อมที่เล่นแรงเกินไป ควรทำยังไง?
ตอบ: บอกตรง ๆ ระหว่างพักว่า “ขอเบาลงหน่อยได้ไหม อยากโฟกัสเรื่องเทคนิคมากกว่า” ถ้ายังไม่ลด ให้แจ้งโค้ช เพราะความปลอดภัยของทุกคนสำคัญกว่าการรักษาหน้าใครคนเดียว


ทำให้ “เทคนิคการฝึกซ้อมยูโด Randori” เป็นเพื่อนที่ช่วยเราโต ไม่ใช่ศัตรูที่ทำให้เราอยากหนีเสื่อ

เมื่อมองย้อนกลับไป เราจะเห็นว่า เทคนิคการฝึกซ้อมยูโด Randori (การซ้อมจริงแบบไหล) ไม่ได้มีหน้าที่แค่ “ทำให้เราถึกขึ้น” แต่คือพื้นที่ที่ท่าทุ่มทุกท่า Ukemi ทุกจังหวะ และ Uchi-komi ทุกครั้งที่เราซ้อมมารวมกันเป็นภาพเดียว เป็นที่ที่เรากล้าลองผิด กล้าพลาด กล้าถอย และกล้าเข้าใหม่อีกครั้งโดยไม่ต้องกลัวคะแนนลบ

ในยุคที่ชีวิตเราผูกกับกีฬาในหลายมิติ ทั้งการเล่นจริง การดูแมตช์สด การวิเคราะห์เกม และบางคนก็เพิ่มความเร้าใจด้วยการลุ้นผลผ่านแพลตฟอร์มกีฬา–คาสิโนที่เข้าได้ง่ายเพียงปลายนิ้วแบบ สมัคร UFABET สิ่งสำคัญคืออย่าลืมว่า “เสื่อยูโด” ยังเป็นสถานที่ที่เรากลับมาเจอเวอร์ชันที่เรียบง่ายของตัวเอง—หายใจลึก ๆ จับเสื้อ ฟังเสียงเท้ากระทบเสื่อ และเรียนรู้จากทุกครั้งที่ล้ม–ลุก

ไม่ว่าตอนนี้เราจะอยู่เลเวลไหนของยูโด ขอให้จำไว้ว่า ทุก Randori ที่เราลงเล่น ไม่ได้มีไว้พิสูจน์ว่าเราเก่งกว่าคนอื่น แต่มีไว้ให้เราเก่งกว่า “ตัวเองเมื่อวาน” ทีละนิด และวันหนึ่งเมื่อหันกลับไปมอง เราจะพบว่าความกลัว ความเกร็ง และความไม่มั่นใจที่เคยมี ได้ถูกแทนที่ด้วยความนิ่ง ความกล้า และรอยยิ้มที่กว้างขึ้นทุกครั้งที่ขึ้นเสื่อ 🥋💙